เนื่อง แต่มู่เฉียนซีนั้นกลับเสียเปรียบโดยสิ้นเชิง
นอกจากความเร็วที่หานฉู่ไล่ตามมู่เฉียนซีไม่ทันแล้ว ความแข็งแกร่งอื่น ๆ เขาถือว่าแข็งแกร่งกว่ามู่เฉียนซีมาก
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
เข็มยาของนางยังคงไม่สามารถสัมผัสหานฉู่ได้
เมื่อเห็นว่าท้องนภาเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ เวลาสิ้นสุดการทดสอบก็ใกล้มาถึงแล้ว หานฉู่เองก็หมดความอดทนแล้วเช่นกัน
“มู่เฉียนซี ถึงเวลาแล้ว”
“วายุพิฆาต!”
ความเร็วราวกับสายฟ้าฟาดนั้นไม่ใช่สิ่งที่มู่เฉียนซีจะสามารถหลบได้ นางเอ่ยขึ้น “กระบี่มังกรเพลิง คราวนี้ก็ต้องมาดูที่เจ้าแล้ว”
ในเมื่อหลบไม่ได้ ก็เหลือแต่สู้อย่างถึงที่สุด
“มังกรเพลิงสังหาร!” มังกรเพลิงสีแดงเข้มพุ่งออกไปปิดกั้นคมดาบสีขาวนั่นเอาไว้
— ปัง! —
การโจมตีมังกรเพลิงสังหารในครั้งนี้ใช้พลังวิญญาณทั้งหมดของกระบี่มังกรเพลิงจนหมดสิ้นแล้ว
มู่เฉียนซีฝืนต้านการโจมตีของหานฉู่และถอยหลังไปหลายสิบก้าว
— แกร๊ก! —
แต่เพราะเหตุนี้เอง มู่เฉียนซีก็ต้องได้ยินเสียงที่ไม่อยากจะได้ยิน …กระบี่มังกรเพลิงหักอีกแล้ว!
นี่เป็นตัวกระบี่ที่อารองหลอมให้นาง แต่เวลานี้นางรู้สึกถึงความหมดหนทางของกระบี่มังกรเพลิง หากพลังเกินขีดจํากัด ตัวกระบี่เองก็ทนไม่ไหว
กระบี่ที่อารองหลอมให้นางอย่างพิถีพิถันหักไปเสียแล้ว ในใจมู่เฉียนซีเดือดดาลมาก
หานฉู่รีบถากถาง “มู่เฉียนซี กระบี่ของเจ้าหักแล้ว กระจอกนัก! คราวนี้เจ้าก็ยิ่งทําอะไรไม่ได้แล้วล่ะ ฮ่า ๆ ๆ”
มู่เฉียนซีเด