ดอันใด เจ้าจะแยกทางกับข้าก็ได้”
ฉูห้าวหัวเราะร่วน “ฮ่า ๆ ๆ พี่ใหญ่มู่ ข้าบุกฝ่าฆ่าฟันร่วมกับเจ้ามาแล้วสามวัน ได้พบเจออะไรที่มันนอกเหนือความคาดหมายมาก็มากมาย เจ้าคิดว่าข้ายังหวาดกลัวเหตุไม่คาดฝันอันใดอีกหรือ ?”
“เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ”
มู่เฉียนซีลงเขาไปตามเส้นทางเดิม ระหว่างทาง เงาร่างสีขาวเงาหนึ่งวาบผ่านมา ปีกสยายสวยสง่าโผเข้ามากั้นขวางตรงหน้าของนางเอาไว้
“ทั้งที่มีคนส่งข่าวให้แก่ศิษย์น้องคนงามของเราไปแล้ว แต่เจ้าก็ยังเลือกมาเส้นทางนี้ ดูแล้วเจ้าจะมั่นใจในตนเองมากนะ ไม่เสียทีที่เป็นม้ามืดวิปริตแห่งสำนักศึกษาซวนเสียในสามเดือนมานี้ หึ ๆ ๆ” ดวงตาขาวราวกับเม็ดทรายจ้องมองมาที่นาง
“ในเมื่อเจ้ารู้เช่นนี้ก็ยังกล้ามายืนอยู่ตรงนี้อีก ความกล้าของเจ้าเองก็น่านับถือนัก” มู่เฉียนซีเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“อืม ดูเหมือนว่าวันนี้ข้าจะต้องสู้กับเจ้าแล้วล่ะศิษย์น้อง” ไป๋ชายิ้มอย่างเล่นหูเล่นตามากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อปีกสีขาวปีกนั้นของเขาเริ่มขยับ ขนบนปีกแปรเปลี่ยนกลายเป็นมีดแหลมคมขึ้นมาทันที มันพุ่งไปทางมู่เฉียนซีอย่างไม่รีรอ
— ฟึ่บ! —
เข็มยาของมู่เฉียนซีก็พุ่งออกไปในทันทีเช่นกัน เรื่องของการใช้อาวุธลับนั้น ไม่มีใครกลัวใครทั้งสิ้น และอาวุธลับของนาง ยังสามารถแฝงพิษเข้าไปด้วยได้อีกต่างหาก
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
การเผชิญหน้าในครั้งแรกนั้นทั้งสองฝ่ายไม่มีใครได้เปรียบใครอย่างง่ายดาย ทว่าต่อมาไม่นานนัก พื้นใต้เท