รอะ ? ก็หมายความว่าพวกข้ามาจัดการกับพวกเจ้านยังไงล่ะ ? ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” พวกเขาหัวเราะอย่างเย็นชา
ชายชุดขาวผู้หนึ่งก้าวออกมา เขาเอ่ยเสียงเย็น “หึ ๆ ข้าได้ยินมาว่าศิษย์น้องมู่เฉียนซีและเจ้าลูกกะจ๊อกฉูห้าวมีคะแนนอยู่ไม่น้อย ข้าจึงอยากยืมคะแนนสักหน่อย แต่ก็ไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะเต็มใจหรือเปล่า”
ฉูห้าวพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เต็มใจก็บ้าแล้ว พวกเจ้าทั้งกลุ่มมีคนมากมายแต่จะจัดการพวกข้าที่มีเพียงสองคน ช่างไร้ยางอายเสียจริง!”
“ผู้อาวุโสสํานักส่วนในบอกไปแล้วว่าจะใช้วิธีใดก็ได้ การที่พวกข้าอยากเข้าไปจัดการพวกเจ้าสองคนพร้อมกันแล้วจะทำไม ?”
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่ยอมแพ้” สีหน้าของฉูห้าวมืดครึ้ม เขามองมู่เฉียนซีก่อนจะถามว่า “พี่ใหญ่มู่ เราเอาไงดี ?”
“ยังจะทําอะไรได้อีกเล่า ? ลุย!” มู่เฉียนซีตะโกน
“ได้! ลุย!” ผ่านการสู้ด้วยกันมาประมาณหนึ่ง ฉูห้าวเริ่มเชื่อมู่เฉียนซีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเมื่อบอกว่าลุยเขาก็ลุย ร่วมมือกับหญิงฉลาดและเก่งกาจอย่างนางย่อมมีวิธีเอาชนะอย่างแน่นอน
— ปัง! ปัง! ปัง! —
ขวดยานับไม่ถ้วนถูกมู่เฉียนซีโยนขึ้นไปกลางอากาศก่อนที่ขวดพวกนั้นจะแตกปล่อยเอายาหกลงมาราวกับสายฝนโปรย
หากไม่ระวัง สัมผัสถูกยานี้เข้า พวกเขาจะรู้สึกชาไปทั้งตัว
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
เข็มยานับไม่ถ้วนพุ่งออกมา
ด้วยการโจมตีอย่างหนักทั้งสองแบบ มู่เฉียนซีโจมตีไปที่พวกเขาอย่างกะทันหัน ทำให้พวกเขานั้นไม่อาจรับมือได้ทันการ
“แย่แล้ว นั