องฉูห้าว และโจมตีฉูห้าวกระเด็นลอยออกไป
ปัง! ร่างของฉูห้าวกระเด็นลอยไปอย่างรุนแรง
มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างจนปัญญา “สหายมู่เฉียนซี ในที่สุดข้าก็ได้รู้แล้วว่าฉายาความวิปริตของเจ้ามันมาจากไหน ช่างวิปริตสมคำร่ำลือจริง ๆ!”
“เอาลูกซวนจูออกมาเถอะ!” มู่เฉียนกล่าว
ฉูห้าวยื่นลูกซวนจูให้ และกล่าวว่า “สหายมู่เฉียนซี ข้ามีข้อเสนอข้อหนึ่ง”
“ว่ามา” มู่เฉียนซีกล่าว
“ความแข็งแกร่งของสหายในชั้นเรียนระดับสูงนั้น ข้าล้วนแต่รู้ดีทั้งสิ้น แต่เจ้าเพิ่งเข้ามาแค่เดือนเดียว ไม่ค่อยได้เจอหน้าผู้ใดก็อาจจะไม่เข้าใจอะไรมากนัก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เจ้าไปแตะกับผู้ที่ไม่ควรแตะ อันที่จริงครั้งนี้เจ้าสามารถปล่อยข้าไปได้ แล้วเราก็มาร่วมมือกัน” ฉูห้าวกล่าว
เขายังอยากจะให้ตัวเองได้มีโอกาสอีกครั้ง ไม่อยากโดนเตะออกไปในขณะที่เพิ่งเริ่ม
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าคิดว่าข้ากลัวพวกเขาอย่างนั้นเหรอ ?”
“เจ้าไม่กลัวเหรอ ระดับสี่ล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า แต่ในสำนักศึกษาเรายังมีระดับห้าอีกสิบกว่าคน หากเจ้าเจอกับพวกเขาเข้า เกรงว่าเจ้าจะเสียเปรียบเอาได้ แต่หากเจ้าร่วมมือกับข้าแล้วเอาชนะพวกเขาได้ ด้วยความวิปริตของเจ้าแล้ว ติดสิบอันดับแรกก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้” ฉูห้าวกล่าว
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “เจ้าฉลาดมาก ดังนั้นข้ารับข้อเสนอนี้ของเจ้า ข้าจะต้องจัดการกับบางอย่างก่อน”
“เยี่ยมไปเลย!” ฉูห้าวกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ไปเถอะ! หากเจ้