คนผู้นั้นหน้าซีดเผือด ไม่กล้าขยับเขยื้อนหรือแม้แต่หายใจแรง
มู่เฉียนซียกมือขึ้น ปลายกระบี่มังกรเพลิงชี้ไปยังคนผู้นั้น
“สาวน้อย เจ้า… เจ้าใจเย็นก่อน ข้ายังไม่อยากตาย” เขารีบร้อนอ้อนวอนขอความเมตตา
“กระบี่เล่มนี้เพิ่งถูกหลอมขึ้นมา ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันจะทรงพลังขนาดไหน นี่เป็นโชคดีของเจ้าแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมย มันน่าเบื่อจริง ๆ ที่จะต้องมามัวสนใจคนไม่สำคัญเช่นนี้
“มังกรเพลิงสังหาร!”
สิ้นเสียงอันทรงพลัง อากาศโดยรอบพลันลุกโชนขึ้นด้วยพลังทันที
แน่นอนว่าตัวกระบี่มังกรเพลิงมีระดับสูง และพลังของกระบี่มังกรเพลิงก็แข็งแกร่งขึ้นมากเช่นกัน
มังกรเพลิงสีแดงเข้มพุ่งเข้าใส่คนผู้นั้น
“อ๊ากกกก!” เปลวไฟร้อนล้อมแผดเผา เขากรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา
มู่เฉียนซีไม่สนใจว่าคนผู้นี้จะต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสังเวชเพียงใด นางมองกระบี่ในมือโดยไม่กะพริบตา
ผ่านไปครู่หนึ่งแล้วและนางไม่ได้ยินเสียง “แกร๊ก” ที่คุ้นเคย สีหน้าของนางเผยความยินดีออกมาให้เห็น
มันไม่หักแล้ว! ตัวกระบี่ไม่หักแล้ว!
“ไม่หัก ครั้งนี้กระบี่มังกรเพลิงไม่หัก! อารอง ท่านทําสําเร็จแล้ว”
หลิงรู้สึกพอใจอย่างมากที่ได้เห็นรอยยิ้มงดงามบนใบหน้าของมู่เฉียนซี
“อืม ใช้ครั้งเดียวไม่หักก็ดี ทว่ามันไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่หัก ตอนที่ข้าตีเหล็ก ข้ารู้ว่าปลายกระบี่นี้ไม่ธรรมดา เว้นเสียแต่ว่าข้าจะหาตัวกระบี่เดิมของมันมาทำใส่เข้าไปใหม่ ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถ