าให้ผู้ใดเข้ามารบกวนข้าได้”
“อืม มีข้าอยู่ซีเอ๋อร์วางใจได้ แม้แต่มดตัวเดียวก็ไม่สามารถเล็ดลอดเข้าห้องปรุงยาไปรบกวนเจ้าได้”
“ขอบคุณท่านมาก มีอารองอยู่ ข้าก็วางใจแล้ว”
หลิงกล่าวขึ้น “แต่ทว่า ข้าขอถามหน่อย เจ้าไม่ช่วยเจ้าเฒ่าพวกนั้นก็ได้ เจ้านั้นยังเด็กนัก จะไปทำเรื่องที่เหน็ดเหนื่อยเช่นนั้นทำไมกัน ?”
แม้เขาจะไม่ใช่นักปรุงยา แต่เขารู้ว่าการปรุงยาเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองพลังแห่งจิตใจ
เขาอดถามไม่ได้จริง ๆ ก็ในเมื่ออยู่ ๆ ต้องให้หลานสาวของตนเองไปเหนื่อยเสียจนร่างแทบพังเพื่อพวกตาเฒ่าใกล้ตายพวกนั้น
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าอารองผู้ซึ่งสูญเสียความทรงจำไปนั้น มีความผิดประหลาดในเรื่องความรักและทะนุถนอมหลานสาวมากเสียยิ่งกว่าท่านอาเล็กผู้อ่อนโยนเสียอีก
“อารอง ข้านั้นเป็นนักปรุงยาผู้หนึ่ง และข้าก็ยังคุ้นเคยกับพวกเขาเป็นอย่างมากอีกด้วย ข้าต้องช่วยพวกเขาสิ” “ข้าว่า เป็นเจ้าเด็กมู่ซีนั่นที่สนิทคุ้นเคยกับพวกเขามากกว่ากระมัง ให้เขาช่วยไม่ดีกว่ารึ ?” หลิงแค่นเสียงเย็นชาถาม
อารมณ์ของผู้มีพลังสูงส่งดั่งเช่นท่านอาคุกรุ่นเช่นนี้ ทำให้บรรยากาศโดยรอบมืดครึ้ม ทุกคนรู้สึกเหมือนรอบตัวนั้นมีฝนตกลงมา ผู้อาวุโสพวกนั้นต้องพิษเข้าไป แน่นอนว่าเรื่องของมู่ซีก็คือเรื่องของนาง รอให้มีเวลาว่างก่อนค่อยอธิบายให้อารองเข้าใจก็แล้วกัน
เพื่อที่จะไม่ให้เขาต้องมาอิจฉาริษยาผู้อื่นอยู่เช่นนี้
มู่เฉียนซีเข้าไปปรุงยาในห้องปรุงยา และใช้เว