“เจ้าบอกว่าเจ้ามีอาเล็กอยู่ผู้หนึ่ง เขาเป็นอาคนที่เท่าไหร่ ?” หลิงถามขึ้น
“เป็นคนที่สาม”
“ข้าอายุมากกว่าเขาแน่ เช่นนั้นเจ้าเรียกข้าว่าอารองก็ได้”
“อะ… อารองงั้นรึ ?” มู่เฉียนซีเบิกตากว้าง นางมองคนตรงหน้าแล้วกล่าวว่า “ถ้ามิใช่เพราะว่าท่านนั้นหน้าตาไม่เหมือนบิดาและอาเล็กของข้าเลยแม้แต่น้อย ข้าคงสงสัยว่าท่านจะต้องเป็นอารองของข้าจริง ๆ อย่างแน่แท้”
ทันทีที่นางเกิดมาบิดาก็มาจากนางไป ท่านอารองก็นั่งไม่ติด เขารอจนเมื่อพี่ชายสามารถดูแลตัวเองได้ก็จากไปอีกคน
“เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง หน้าตาย่อมไม่เหมือนข้าเป็นธรรมดา”
“ส่วนน้องสาม… เขา…”
คําว่าน้องสามถูกกล่าวออกมาโดยสัญชาตญาณ และเหมือนเขาจะนึกย้อนถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
มู่เฉียนซีตบบ่าเขาเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “เลิกคิดได้แล้วล่ะ”
เขามองมู่เฉียนซีก่อนจะกล่าวว่า “สัญชาตญาณของข้าบอกข้าว่าเจ้าควรเรียกข้าว่าอารองนะซีเอ๋อร์”
มู่เฉียนซี “ท่านไม่กลัวว่าอารองตัวจริงของข้าจะปรากฏตัวขึ้นมาซัดท่านสักกระบวนรึ ?”
“บางทีข้าอาจแข็งแกร่งกว่าเขาก็ได้ ถึงเขาอยากจะซัดข้า ก็ไม่มีทางทำได้หรอก”
ความโอหังและความมั่นใจในตนเองช่างเหมือนคนตระกูลมู่จริง ๆ
มู่เฉียนซีมองเขาด้วยสายตางุนงง เป็นไปได้จริง ๆ ว่าเขาอาจเป็นท่านอารองของตน ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างแปลกประหลาดนั้นมาจากสายเลือด พวกเขาล้วนมีสายเลือดของตระกูลมู่ไหลเวียนอยู่ในกาย
ตั้งแต่นางอายุสามขวบก็ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคน