นอ้อมแขนของมู่เฉียนซีแทบน้ำลายไหล
เสี่ยวหงเบ้ปากแล้วกล่าวว่า “อยากจะกินแก่นวิญญาณของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับห้า เจ้าแมวโง่ เจ้าดูสิว่าตัวเองมีน้ำหนักเท่าไหร่!”
“ฮึ่ม! ไม่ใช่แค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าตัวหนึ่งหรอกหรือ ? ข้าคืออู๋ตี้ หนึ่งเดียวในใต้หล้า ใครกันที่หาตัวได้ยาก”
ยิ่งมู่เฉียนซีเดินขึ้นเขาไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะปฏิกิริยาตอบสนองของมู่เฉียนซีที่มีความละเอียดอ่อนและรวดเร็วมาก ก็คงจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากผลพวงของการต่อสู้นั่นไปนานแล้ว
ในที่สุดก็เห็นผู้ที่ทำให้เกิดการต่อสู้ในครั้งนี้
ราชามังกรร่างใหญ่โตสีเขียวเข้มสยายปีกบินจนเงาปกคลุมไปทั่วทั้งยอดเขา ดวงตาคู่โตราวกับกระดิ่งทองแดงจ้องเขม็งไปที่ชายตรงหน้าผู้นั้น
“มนุษย์ เจ้าอย่าได้คืบจะเอาศอกนักเลย”
“ข้าแค่อยากได้หัวใจมังกรของเจ้า” เสียงการต่อสู้ที่แข็งแกร่งดังกึกก้องออกมา
มู่เฉียนซีมองไป คนผู้นั้นสวมชุดคลุมสีแดงเข้มปลิวไสวท่ามกลางสายลมพัดแรง
ผมดําขลับถูกปักด้วยปิ่นไม้อย่างสบาย ๆ ใบหน้าลึกล้ำหล่อเหลาประดุจหยกทว่าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ โลหิดแดงฉานเยือกเย็นราวกับเทพสงครามที่เดินออกมาจากสมรภูมิโบราณ
เมื่อเห็นใบหน้านี้ หัวใจของมู่เฉียนซีเต้นถี่รัว นางไม่ใช่คนที่หลงไปกับความงดงาม พูดถึงความงดงาม เขาผู้นี้ยังงามไม่สู้จิ่วเยี่ย พูดถึงความสมบูรณ์แบบก็ไม่สู้อาถิง และหากกล่าวถึงความน่าทึ่งก็ไม่สู้ชิงอิ่ง
แต่ชายหนุ