“รีบเรียกรวมเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดของสำนักศึกษา รวมถึงของสำนักศึกษาส่วนในมาด้วย”
“พลุสัญญาณบอกอันตรายขั้นนี้แสดงว่าสถานการณ์ของอาจารย์ใหญ่ในเวลานี้ย่ำแย่เป็นอย่างมาก จะต้องรีบส่งคนไปช่วยเหลือโดยด่วน”
เดิมทีเมื่อได้รับชัยชนะจากการประลองควรเลี้ยงฉลองมิใช่หรือไง ? แต่มาตอนนี้กลับเกิดเรื่องขึ้นกับอาจารยใหญ่ สีหน้าทุกคนจึงล้วนแต่อึมครึม
เหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ รีบไปจัดการธุระเรื่องวุ่น ๆ กันหมด ยามนี้ดึกมากแล้ว คนที่เหลือต่างพากันแยกย้ายไปพักผ่อน
มู่เฉียนซีเดินไปข้างกายหวงฝู่จี้เหินและกล่าวขึ้น “จะดีร้ายอย่างไรอาจารย์ใหญ่ก็เป็นยอดฝีมือระดับมหาจักรพรรดิผู้หนึ่ง แต่ตอนนี้ตัวเจ้าเองไม่มีแม้แต่พลังความสามารถในการปกป้องตนเอง อยากตามพวกเขาไปช่วยเหลือก็ทำมิได้”
“แทนที่จะมาร้อนรนใจอยู่ตรงนี้ มิสู้ไปฝึกฝนต่อไม่ดีกว่าหรือ รอเมื่ออาจารย์ใหญ่กลับมาจะได้เห็นความก้าวหน้าของเจ้า”
“ข้าเข้าใจแล้ว หลายปีมานี้ที่ท่านปู่ท่องไปทั่วทุกหนแห่ง ต่อให้ท่านปู่พบเจอกับอันตรายท่านก็สามารถแปรเปลี่ยนสถานการณ์ร้ายให้กลายเป็นดีได้ ครั้งนี้ก็ต้องกลับมาได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน” หวงฝู่จี้เหินกล่าวไปเช่นนั้นทว่าเขากำหมัดเอาไว้แน่น และตัวเขาก็สั่นเทา ถึงแม้ว่าท่านปู่ของเขาพบเจอกับอันตรายอยู่บ่อยครั้ง ทว่าการส่งพลุสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมาเช่นนี้นับว่าเป็นครั้งแรก
แต่ที่อาจารย์มู่กล่าวไว้นั้นไม่ผิด ตอนนี้เขาร้อนใจไปก็เปล่าประโย