“เสี่ยวหง อู๋ตี้ พวกเจ้าก็ออกไปถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
ตอนนี้จวินโม่ซีกำลังอยู่ในขั้นตอนที่สำคัญของการหลอมยา มิอาจให้ผู้ใดมารบกวนได้
โฮ่ก!
พรวด!
ทันใดนั้นสัตว์ตัวใหญ่มหึมาก็ปรากฏขึ้นในบริเวณรอบ ๆ หอหมอปีศาจ นั่นก็คือแมวขาวตัวมหึมาที่ดูน่าเกรงขามตัวหนึ่ง
ต่อมาเปลวไฟสีแดงฉานก็ได้ห้อมล้อมรอบบริเวณหอหมอปีศาจ และสัตว์ศักดิ์สิทธิ์สีแดงเพลิงตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
“สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม! สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามจริง ๆ ด้วย!”
“หอหมอปีศาจมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามคอยคุ้มกันอยู่ ช่างน่าเกรงขามเกินไปแล้ว!”
“……”
ผู้ที่พลังวิญญาณยังไม่ถึงขั้นมหาจักรพรรดิไม่กล้าเข้าใกล้หอหมอปีศาจ ก็เพราะว่ามีอู๋ตี้กับเสี่ยวหงคอยคุ้มกันอยู่
แต่อย่างไรก็ตามก็มีผู้ที่วิทยายุทธ์สูงกล้าสู้กล้าทำเช่นกัน มีพลังวิญญาณขั้นมหาจักรพรรดิ มุ่งหน้าเข้าไปที่หอหมอปีศาจโดยไม่หวั่นกลัวต่อสิ่งใด
พิษและอาวุธลับของหอหมอปีศาจก็มิใช่สิ่งที่จะล่วงเกินได้ สถานการณ์ในตอนนี้ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมอ่อนข้อต่อกัน และในตอนนี้กลิ่นหอมหวนของเม็ดยาก็มาถึงขั้นขีดสุดแล้ว
มู่เฉียนซีถอนหายใจโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง จวินโม่ซีทำสำเร็จแล้ว!
ทันใดนั้นเอง ร่างคนชุดขาวร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นบนหลังคาหอหมอปีศาจ เขาสวมชุดขาวทั้งชุด หมอกขาวกระจายอยู่รอบกายดุจดั่งเทพเซียน ราวกับเทพเซียนที่หลงมาในโลกมนุษย์จนทำให้คนต้องเงยหน้ามอง
“หอหมอปีศาจ เป็นที่ที่พวกเขาจ