ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “ขับไล่เจ้าไม่ได้งั้นเหรอ เจ้าเอาแต่ขี้เมา อะไรก็ทำไม่เป็น ละโมบโลภมากไม่รู้จักพอ นี่ยังจะมาก่อเรื่องใส่ร้ายป้ายสีให้ผู้อื่นด่างพร้อยอีก ขับไล่เจ้าไม่ได้แล้วจะขับไล่ใครได้ ?”
ท่านผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวอย่างไร้ซึ่งความปรานี สีหน้าของรองอาจารย์ใหญ่เขียวคล้ำด้วยความโกรธ แต่ยังกลับเชิดหน้ากล่าวว่า “พวกเจ้าเป็นผู้อาวุโสของหน่วยสำนักปรุงยา มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการปรุงยาเท่านั้น แต่ข้าเป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่ เป็นผู้ดูแลจัดการเรื่องต่าง ๆ ของสำนักศึกษา หากขับไล่ข้า หน่วยสำนักปรุงยาก็ต้องเกิดปัญหาวุ่นวายมากมาย แล้วอีกอย่าง ผู้ที่มีสิทธิ์ไล่ข้าออกได้ มีเพียงแค่อาจารย์ใหญ่ผู้เดียวเท่านั้น”
ผู้อาวุโสรองพึมพำขึ้นว่า “ตาเฒ่าหวงฝู่ผู้นั้นก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว”
“ไร้ซึ่งหนทางแล้ว เพื่อหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาผู้นั้น เขารักปักดวงใจจริง ๆ”
พวกเขาต่างจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี “เจ้าหนูมู่ นักเรียนห้องเจ็ดเหล่านั้นต่างก็ถูกเจ้าสั่งสอนจนกลายเป็นอัจฉริยะหมดแล้ว แต่เหตุใดเจ้าหวงฝู่จี้เหินยังไม่ก้าวหน้าขึ้นอีกล่ะ!”
พวกเขาเป็นสหายกับอาจารย์ใหญ่หวงฝู่มานานหลายปี จึงเป็นห่วงแทนเป็นใยแทนเขา “เจ้าหนูมู่ เจ้าเด็กนั่นไร้หนทางรักษาแล้วจริง ๆ เหรอ ?”
หากแม้แต่เจ้าหนูนักปรุงยาผู้มีฝีมือแข็งแกร่งและลึกลับเช่นนั้นไร้หนทางรักษา พวกเขาก็คิดว่าตาเฒ่าหวงฝู่ก็คงต้องตัดใจแล้วหล่ะ
มู่เฉียนซีกล่าวถามว