ซู่ซินเซี่ยอุตส่าห์นำยาทั้งหมดที่มีอยู่ในคลังไปใช้ซื้อตัวผู้คนให้ขวางทางและถ่วงเวลามู่เฉียนซี ถึงต่อให้มู่เฉียนซีมีพลังความสามารถไม่เลว เมื่อเจอคนมากมายมาขัดขวาง นางก็ต้องเหนื่อยบ้างไม่ใช่หรือไง ? และถึงแม้คนเหล่านั้นจะมิอาจเอาชนะนางได้ แต่ก็อีกนั่นแหละ มู่เฉียนซีนางควรเหนื่อยหอบหมดแรงอะไรทำนองนั้น ไม่ใช่ยังดูฮึกเหิมดีเช่นนี้
นางไม่นึกเลยว่ามู่เฉียนซีจะขึ้นมาถึงยอดเขาได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ซู่ซินเซี่ยสุดแสนเซ็ง นางยังไม่ทันยืนอยู่บนแท่นหินชิงซวนได้อย่างมั่นคงเลยด้วยซ้ำ นี่จะมีคนอื่นมาแย่งชิงแล้วรึ ?
ซู่ซินเซี่ยพยายามทำท่าทางให้ดูน่าสงสารก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “สหายมู่เฉียนซี เจ้าต้องการท้าสู้กับข้ารึ ? ไม่ง่ายเลยที่ข้าจะรักษาตำแหน่งบนแท่นหินชิงซวนนี้เอาไว้ได้ เจ้าไปท้าสู้กับผู้อื่นได้ไหมเล่า ?!”
มู่เฉียนซีเอ่ยเสียงใส “เจ้าวางใจได้ ตอนนี้ข้ายังไม่ท้าสู้กับเจ้าหรอก”
ซู่ซินเซี่ยรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างเล็กน้อย เหตุไฉนใยมู่เฉียนซีถึงปล่อยนางไปอย่างง่ายดายเช่นนี้
แม้มู่เฉียนซีจะไม่ได้ท้าประลองกับซู่ซินเซี่ย แต่ก็มิได้ไปท้าประลองกับผู้อื่นเช่นกัน นางยังยืนบนยอดเขาอยู่เช่นนั้น นี่ทำให้ในใจของซู่ซินเซี่ยเกิดความวิตกจนแทบรับไม่ไหว
ไม่นานนัก บนยอดเขามีคนหนาตาขึ้น เห็นได้ชัดว่าศิษย์หลายคนขึ้นมาถึงยอดได้เป็นจำนวนไม่น้อย และแท่นหินชิงซวนทั้งสิบก็มีผู้ยืนอยู่บนนั้นครบทั้งสิบแท่นแล้ว เหล่าบรรดาผู้