นซวน!”
พลังอันน่าสะพรึงกลัวทั้งสองได้ปะทะเข้าหากัน จากนั้นร่างของทั้งสองก็ถูกพลังนี้ตีจนทั้งสองถอยหลังไปติดขอบลานประลอง
เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!
ลานประลองแตกระแหงกลายเป็นเศษหิน จากนั้นพลันเปลี่ยนเป็นก้อนกรวด!
ก้อนกรวด!
ทุกคนตกตะลึงจนตาค้าง “การสังหารนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!”
“หากพลังนี้กระทบลงบนร่าง กระดูกแหลกสลายกลายเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็จบเห่แล้ว”
ฮั่วเฟยที่ตอนนี้ยืนอยู่ที่ขอบลานประลองก็เกิดอาการอกสั่นขวัญหาย กระบวนท่านี้ทำให้เขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก
ฮั่วเฟยกล่าว “ดูเหมือนว่า ข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปแล้ว!”
ในตอนนี้เอง ทั่วทั้งร่างของเขาห่อหุ้มไปด้วยเปลวไฟ และพุ่งเข้าหามู่เฉียนซี
เปลวไฟของเขาตอนนี้กลายเป็นสีแดงเข้ม ใช้ร่างตัวเองเป็นอาวุธสงครามเข้าไปพัวพันกับมู่เฉียนซี ไม่ให้มู่เฉียนซีมีโอกาสใช้ทักษะวิญญาณอันแข็งแกร่งอย่างเมื่อครู่อีก
ปัง ปัง ปัง!
การต่อสู้ในครั้งนี้ทุกคนต่างก็จ้องมองจนตาค้าง แพ้ชนะยากที่จะคาดเดาได้จริง ๆ
เปลวไฟสีแดงนั้นย้อมไปที่กระโปรงของมู่เฉียนซี และได้เริ่มแผดเผา
ขวั่บ! กระบี่ยาวเล่มหนึ่งถูกมู่เฉียนซีชักออกมาจากฝัก กวัดแกว่งตัดชายกระโปรงที่ถูกแผดเผาขาดสะบั้น
หลังจากที่ร่นตัวถอยหลังออกห่างไปแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “ฮั่วเฟย ไม่ใช่เจ้าคนเดียวที่จะใช้พลังอัคคีได้!”
ทุกคนตกตะลึง “นี่มู่เฉียนซีนางหมายความว่ายังไง หรือว่านอกจากนางจะเป็นจอมภูตพลังธาตุวารีแล้ว นางยังเป็นจอมภูตพลังธ