ดต่างก็ตื่นตระหนกขึ้น
สมญานามที่เรียกมู่เฉียนซีเช่นนี้ แน่นอนว่านางไม่ได้สนใจแต่อย่างใด แต่สิ่งที่นางสนใจนั่นก็คือ……
“เอาผลงานของพวกเจ้ามาให้ข้าดูเถอะ! พวกเจ้าคงไม่มีใครแอบขี้เกียจหรอกใช่หรือไม่!”
“ท่านอาจารย์ พวกข้าจะกล้าแอบขี้เกียจได้เช่นไรกันล่ะ ท่านดูตาข้าสิแดงก่ำไปหมดแล้ว ขอบตาก็ดำราวกับเอาถ่านมาทาแล้ว!” เฟิ้งชิงอู่กล่าวอย่างน่าสงสาร
“ท่านอาจารย์ ท่านดูสิ ข้าซูบผอมลงไปมากแล้ว!”
“ข้า……”
“พูดไร้สาระให้มันน้อย ๆ หน่อย ส่งเม็ดยามาดูซิ!”
และผลจากการที่ส่งเม็ดยาก็คือเสียงร้องโหยหวนนั่นเอง เมื่อไม่ผ่าน ก็จะมีประสบการณ์ราวกับอยู่ในนรกนั่นเอง
รองอาจารย์ใหญ่ของหน่วยสำนักปรุงยาได้ไปหาอาจารย์ใหญ่ในเรื่องที่จะเพิ่มนักเรียนคนหนึ่งให้กับอาจารย์จิ่วเยี่ย แต่ก็โดนอาจารย์ใหญ่ฉู่ขับไล่ออกมาทันที
เขายังคิดว่าตนเองนั้นยังมีชีวิตอยู่ไม่นานพอ ยังไม่อยากตายก่อน!
ท่านพ่อของตนเองจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ ซู่ซินเซี่ยรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก จนในที่สุดนางก็ตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับมู่เฉียนซี ยากมากที่จะหยุดมู่เฉียนซีเอาไว้ได้ในขณะที่นางกำลังเดินเล่นอยู่ในสำนักศึกษา
นางถือกล่องอาหารกล่องหนึ่งและตะโกนขึ้นพลางเดินไปที่มู่เฉียนซี “สหายมู่เฉียนซี!”