ขณะที่นางกล่าวสวนขึ้นในทันใด “พาเขาไปที่ห้องฝึกบำเพ็ญ”
“หืม ศิษย์น้องคนงาม…”
“เจ้าตัวใหญ่นั่นช่างโชคดีจริง ๆ มีศิษย์น้องผู้งดงามเช่นนี้คอยเป็นห่วงเป็นใย”
“ใช่ การมีสาวงามคอยเป็นห่วง ต่อให้ต้องนอนบนเตียงครึ่งปีข้าว่าก็คุ้มค่า”
ทุกคนเริ่มพูดคุยกันจอแจ แต่อุณหภูมิโดยรอบเวทีประลองกลับลดต่ำลง
หมอยาของสำนักศึกษายังมาไม่ถึง มู่เฉียนซีจึงต้องหยิบยารักษาบาดแผลออกมาหลายเม็ดเพื่อให้ฉินปากิน ไม่เพียงเท่านั้น นางยังต่อกระดูก ทายาข้นเหนียว และช่วยรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นให้กับเขา
“ดูแลเขาให้ดีล่ะ” มู่เฉียนซีทิ้งประโยคนี้ไว้แล้วเดินย่างสามขุมไปยังเวทีประลอง
หลังจากเอาชนะฉินปาแล้ว ซ่างกวนเม่าก็ชนะการประลองอีกครั้ง ตอนนี้เขาอยู่ในอันดับที่หกสิบหกแล้ว
มู่เฉียนซีท้าเขาออกมาสู้กันให้รู้ดำรู้แดง แววตานางมุ่งมั่นเกินไปจนเขาตกตะลึง มู่เฉียนซี หญิงหน้าอ่อนวัยผู้ไม่มีอันดับและเป็นศิษย์หน้าใหม่กลับกล้าท้าทายเขาที่อยู่อันดับหกสิบหกเสียได้
เมื่อครู่เขาลงมือกับเจ้าหัวโตนั่นไปหนักขนาดนั้น มันไม่ได้ทําให้ศิษย์หน้าใหม่ได้รับบทเรียนเลยรึ ?
แต่เดี๋ยวก่อน ชื่อของนางคุ้นหูนัก มู่เฉียนซี… อ้อ นางเป็นอันดับหนึ่งของศิษย์หน้าใหม่นี่เอง มิน่าถึงได้โอหังขนาดนี้
ซ่างกวนเม่ายอมรับคําท้าของมู่เฉียนซี เมื่อการท้าประลองคู่ใหม่ถูกเปิดเผยออกมาให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ ทุกคนต่างตกตะลึง
“นี่มันมันจะดุดันเกินไปหน่อยแล้วกระมัง! ศิษย์