งเขาไม่ออก ทว่า บ่อยครั้งมู่เฉียนซีกลับมองเขาแล้วเข้าใจเขามาก และการที่เข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่งเช่นนี้ก็ทำให้มู่เฉียนซีค่อนข้างสับสนเช่นกัน
ศีรษะของมู่เฉียนซีซบลงในอ้อมอกเขา นางกล่าว “ความคิดของเจ้า ช่างสวยงามเกินไปแล้ว! เมื่อเช้านี้ก็โดนเจ้าทวงหนี้จูบข้าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สัตว์ร้ายเช่นเจ้ารู้จักคำว่าพอหอมปากหอมคอบ้างหรือไม่ ?”
หางตาของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย “เรารีบไปกันเถอะ!”
มุมปากของจิ่วเยี่ยยกยิ้มขึ้น “อืม!”
หอหมอปีศาจในเสียโจวนั้นหาได้ง่ายมาก โม่จิ่นที่เห็นมู่เฉียนซีโผล่มาเช่นนี้ก็ตกใจขึ้น “นายท่าน นี่ท่านโดดเรียนมาเหรอ!”
“ทะ ท่าน ยอดเยี่ยมไปเลย! นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะโดดเรียนออกมาจากสำนักศึกษาซวนเสียได้ ท่านเป็นแบบอย่างของข้าจริง ๆ”
เคยมีนักเรียนที่ถือตนว่าตัวเองสูงเข้ามาศึกษาในสำนักศึกษาซวนเสีย และไม่สามารถทนต่อการฝึกฝนที่เบื่อหน่ายของสำนักศึกษาได้ ดังนั้นยังไม่ถึงครึ่งปีก็แอบโดดเรียน แต่ในที่สุดก็ถูกจับได้และถูกคุมขังอย่างน่าอนาถ
หนึ่งในนักเรียนเหล่านี้ก็มีโม่จิ่นด้วย
เท่าที่เขารู้มา สำนักศึกษาซวนเสียนั้นยังไม่มีนักเรียนคนใดที่โดดเรียนสำเร็จมาก่อน
“นายท่าน ตกลงแล้วท่านทำได้ยังไง ?” โม่จิ่นรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก
เขารู้ดีว่าพี่ใหญ่ของเขานั้นเก่งกาจมาก มีไพ่เด็ดอยู่ในมือมากมาย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพอที่ทำให้โดดเรียนมาได้โดยที่ไม่มีใครรู้
มู่เฉียนซีชี้ไปที่ร่างชุด