กระบี่หักไปแล้วงั้นรึ นี่มันเป็นข้ออ้างอะไรกัน ?
ไป๋เหยียนส่ายหน้า “ศิษย์น้อง เจ้าดูถูกรุ่นพี่อย่างข้าแล้ว เช่นนี้จะทำให้ข้าโกรธเอาได้ เมื่อลงมือจะไม่มีการยอมอ่อนข้อให้เจ้า”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบอย่างไม่แยแส “ข้าก็เช่นกัน กับศิษย์พี่ที่เป็นเหมือนดั่งนกยูงรำแพนหางเก่งแต่ขู่เช่นเจ้า ข้าก็จะไม่ละมุนละม่อมด้วย”
“เช่นนั้นเจ้าก็เตรียมรับกระบวนท่าซะ!” เขากล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชา จากนั้นกระบี่ยาวพลันพุ่งเข้ามาทางมู่เฉียนซีด้วยมุมท่ามากเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิง
ทักษะตี้ซวนเมื่อครู่ทำให้เขารับรู้ได้ว่าการต่อสู้ระยะประชิดของศิษย์น้องผู้นี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เขาจึงได้โจมตีแบบรักษาระยะด้วยกระบวนท่ากระบี่ ปราณกระบี่สีเงินปกคลุมไปทั่ว มู่เฉียนซีร้องขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “มังกรวารีพิฆาต!”
“โล่วิญญาณวารี!”
พลังวิญญาณธาตุวารีห่อหุ้มร่างของมู่เฉียนซีเอาไว้ นางโคจรเคล็ดวิชาย่างก้าวพันเงาขึ้นมา และหลบการโจมตีจากกระบี่ในบริเวณรอบข้างอย่างว่องไว
เวลานี้นางไม่มีกระบี่ จึงไม่สามารถโจมตีระยะไกลได้ เมื่อต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ผู้เก่งกาจจึงยากที่จะรับมือ
— ตูม! ตูม! —
สถานการณ์ทางด้านของผู้อื่นก็ยังคงเลวร้ายเช่นเดิม หากต่อสู้พ่ายแพ้ไปทีละคนเช่นนี้ต่อไป ถึงต่อให้นางสามารถอยู่รอดไปได้จนถึงช่วงหลัง ก็ต้องถูกพวกศิษย์พี่เข้ามารุมทั้งสิบคน ตอนนั้นคงไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้เช่นกัน
คู่ต่อสู้ในหอร้อยหลอมล้วนแต่เป็นจักรพรรด