่าลูบคลำเลย”
สีหน้ามู่เฉียนซีหม่นลง ไอ้เจ้านี่มันใคร ? เป็นโรคจิตหรือไงถึงได้มาเที่ยวบอกให้คนอื่นจับกล้ามเนื้อของตัวเองแบบนี้!
นางนั้นเป็นหมอยาผู้หนึ่งจึงได้ตรวจร่างกายของฉินปาก็เท่านั้น แต่ไอ้เจ้านั่นกลับคิดไปเป็นเช่นนั้นได้
มู่เฉียนซียิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวขึ้น “เจ้าพูดจริงรึ ?”
“แน่นอน” นายน้อยหวังดีใจ เขาไม่รอช้า รีบถอดเสื้อตนเองออกทันที
และเมื่อตอนที่นิ้วมือของมู่เฉียนซีเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนที่ใจของนายน้อยหวังกระโดดโลดเต้นเหมือนลิงนั้น เขาพลันรู้สึกคันไปทั่วทั้งตัวขึ้นมา
— ปัง! —
เงาร่างบางสีม่วงหมุนตัวคราหนึ่ง มู่เฉียนซีถีบเขากระเด็นไปติดกำแพง “ไสหัวไปให้พ้น! อย่าได้มาพูดพล่อย ๆ ทำให้ข้าเสียเวลาที่นี่”
นายน้อยหวังที่โดนมู่เฉียนซีถีบเข้าให้อย่างจังมีเลือดกำเดาไหลออกจากจมูก อาการคันบนตัวของเขาทำให้เขาต้องร้องออกมาไม่ต่างจากเด็กทารก ทว่ามู่เฉียนซีไม่สนใจ นางหันไปลงเข็มยาให้กับฉินปาต่อราวกับไม่ได้ยินเสียงที่เกิดขึ้นเลย
หลังจากที่ยาออกฤทธิ์แล้ว ฉินปาฟื้นขึ้นมา อย่างแรกที่ได้เห็นคือใบหน้างดงามใบหนึ่งกอปรกับแววตาเต็มไปด้วยความยินดี
“พี่ใหญ่มู่!” เขาเอ่ยออกมาเบา ๆ
“อืม เจ้าเป็นไงบ้างล่ะ ?” มู่เฉียนซีถาม
เขาเกาศีรษะตัวเองไปมาก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าทะลวงไปถึงขั้นสี่สิบแปดหลอม ทั้งพลังกายแล้วก็ยาเม็ดล้วนแต่หมดสิ้นไม่มีเหลือ จึงได้กลับไปยังห้องพักผ่อนการฝึกฝน เดิมทีข้าคิดว่าข้าคงหลับ