หลังจากที่กลีบดอกบัวกลางทะเลสาบหุบลง สัมผัสทั้งห้าของทุกคนก็ปั่นป่วนขึ้น
ตอนนี้มู่เฉียนซีพบว่าตนเองนั้นได้อยู่ในป่าดงพงไพรแห่งหนึ่ง และสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ตรงหน้าตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามา
พลังกดดันของสัตว์ใหญ่ตัวนี้น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง แข็งแกร่งกว่าเสี่ยวหงและอู๋ตี้มาก และแข็งแกร่งกว่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่ในป่าโยวอ้านเสียอีก
มันเหมือนกับภูเขาที่สูงใหญ่ พุ่งเข้าหามู่เฉียนซีอย่างรุนแรงดุจดั่งพายุที่พัดโหมกระหน่ำมา
หลบ?
ต่อให้ฝึกฝนทักษะฝีเท้าได้แข็งแกร่งก็ไม่อาจหลบหลีกไปได้ คู่ต่อสู้ตรงหน้าแข็งแกร่งมากจนนางไม่มีแม้กระทั่งทางหนีทีไล่ที่จะตอบโต้ได้เลย
ความร้อนระอุที่สัตว์ใหญ่ตัวนี้พ่นออกมา ทำให้เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของมู่เฉียนซี คมเขี้ยวอันแหลมคมที่ยื่นออกมานอกปากกำลังจะกัดคอนาง ทำให้นางต้องก้มหน้าลงไป
ทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นน่าหวาดเสียวเป็นอย่างมาก แต่ใจของมู่เฉียนซีกลับยิ่งนิ่งสงบขึ้นมากเมื่อมันใกล้เข้ามา
ในขณะที่คมเขี้ยวนั้นเหวี่ยงไปมา แต่กลับทะลุผ่านร่างของมู่เฉียนซี นางไม่ได้บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งเลือดสักหยดก็ไม่มี
สัตว์ใหญ่ตรงหน้าได้อันตรธานหายไปแล้ว ทั้งหมดมันคือภาพลวงตา
มู่เฉียนซีหลับตาลง สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ไม่ได้มีอยู่ในเสียโจวเลย และหากสำนักศึกษาซวนเสียเอาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มาทดสอบกับนักเรียน นั่นหมายความว่าไม่อยากให้ผู้ใดในเสี