นักเรียนของสํานักศึกษาเฉินซียังลอยกันอยู่กลางอากาศ นักเรียนของสํานักศึกษาหนานเฟิงที่ขี่วิหคสี่ปีกมาก็ได้ลงจอดถึงประตูเมืองเสียแล้ว
อาจารย์ใหญ่ยิ้ม เขากล่าวอย่างอารมณ์ดี “เมื่อครู่นี้เหมือนจะเป็นกลุ่มของสํานักศึกษาเฉินซี ทุกครั้งที่มาสมัครเรียน พวกเขาจะอาศัยสัตว์วิญญาณทางอากาศขั้นสูงของสํานักศึกษาพวกเขา และมักจะมาถึงเป็นกลุ่มแรกเพื่อหัวเราะเยาะพวกเราที่ชักช้าเสมอ”
“หึ ๆ ๆ แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าพวกเราจะเป็นกลุ่มแรกที่มาถึง สุดยอดมาก ตาแก่ที่แสร้งทําเป็นอวดดีผู้นั้น ข้าจินตนาการได้เลยว่าสีหน้าตอนนี้คงจะดูไม่จืดมากแน่ ๆ พวกเรารอเขาอยู่ที่นี่ก่อนก็แล้วกัน”
มาถึงได้เร็วกว่าสํานักศึกษาเฉินซี ตอนนี้อาจารย์ใหญ่รู้สึกดีใจอย่างยิ่งยวด เขาลืมเรื่องน่าสมเพชที่ถูกมู่เฉียนซีหลอกไปเสียสนิท
‘การทําให้ตาแก่สํานักศึกษาเฉินซีนั่นโกรธได้ สูญเสียสมุนไพรวิญญาณไปไม่กี่ต้นจะเป็นไรไปเล่า ?’ อาจารย์ใหญ่คิดกับตัวเองอย่างครึ้มใจ
สัตว์วิญญาณทางอากาศของสํานักศึกษาเฉินซีค่อย ๆ ร่อนลงสู้พื้น
อาจารย์ใหญ่หนานเฟิงยิ้ม “อืม! สํานักศึกษาเฉินซีของพวกเจ้ามาเร็วมาก ไม่เหมือนพวกข้าที่ตะวันขึ้นสูงถึงกลางท้องฟ้าแล้วเพิ่งจะรีบมา โชคดีที่ไม่พลาดเวลาลงชื่อเข้าสมัครเรียน”
เพิ่งจะออกเดินทางตอนตะวันขึ้นถึงกลางฟ้า… เที่ยงวัน!
สีหน้าของอาจารย์ใหญ่เฉินซีเริ่มหม่นคล้ำลง เจ้าตาแก่นี่อวดดีนัก
อาจารย์ใหญ่หนานเฟิงกล่าว “ข้าไม่คุยกับเจ้าแ