ร่างสีเขียนปรากฏขึ้นข้าง ๆ มู่เฉียนซี โม่ซางคงกล่าวขึ้นว่า “เทียนฉี เสี่ยวซีนางคิดจะไปกลุ่มเดียวกับข้าแล้ว”
สีหน้าของเทียนฉีเคร่งขรึมลง โม่ซางคงผู้ที่มีจิตใจรักสงบมาโดยตลอด นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะมาแย่งคนของเขา เทียนฉีกล่าว “ต่อให้เจ้าจะอยู่กลุ่มเดียวกับแม่นางมู่ เพิ่มข้าไปสักคนก็ไม่เห็นจะเป็นไรไป”
โม่ซางคงยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางกล่าวว่า “แต่ข้าว่า คู่หมั้นของเจ้าอยากจะให้กลับไปกับนางมากกว่า ใช่หรือไม่ ?”
“นี่เจ้า!” การออกฝึกประสบการณ์เช่นนี้ เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นความจริงใจจากความทุกข์ยากลำบาก แต่นึกไม่ถึงว่าโม่ซางคงจะแส่หาเรื่องเช่นนี้
“เทียนฉี เจ้าไม่อยากร่วมกลุ่มกับข้า ข้าก็ไม่อยากร่วมกลุ่มกับเจ้าเหมือนกัน”
คนไม่ได้เรื่อง และชอบทำให้เสียเรื่องเช่นนี้ ชิงฮุ้ยก็ไม่อยากจะร่วมมือด้วยอีก นางทำเสียงชิชะสะบัดหน้าใส่และเดินจากไปพร้อมกับสหายร่วมกลุ่มของนาง
หญิงสาวทั้งสองล้วนแต่ไม่ไว้หน้าเขาเลย สีหน้าของเทียนฉีตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะดีนัก
เทียนฉีกล่าว “หากแม่นางมู่คิดอยากจะเปลี่ยนสหายร่วมกลุ่มเมื่อไหร่ ก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ”
มู่เฉียนซีหันไปมองโม่ซางคง และกล่าวว่า “ไม่ทราบว่าข้าไปสนิทกับเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?”
“ถึงแม้ว่ามันจะดูพรวดพราดไปหน่อย แต่เราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนมานานแล้ว จะให้เรียกเจ้าว่าแม่นางมู่มันก็คงจะไม่เหมาะสมจริงไหม ?” โม่ซางคงกล่าว
“แต่ถึงยังไงก็คงต้องให้มู่นางแม่อนุญาตก่อนถึงจ