ก็เก็บรวบรวมแกนวิญญาณของพวกมันมา
ส่วนโม่ซางคงกับฉินปา เป็นเพราะว่าความเร็วของพวกเขาไม่ได้รวดเร็วเช่นนั้น ดังนั้นจึงได้แกนวิญญาณมาไม่มากนัก
มู่เฉียนซีกล่าว “พวกเจ้าตามข้าเช่นนี้ จะได้อันดับโหล่เอานะ”
โม่ซางคงยิ้มพลางกล่าว “มีคู่ต่อสู้เช่นเจ้า มันทำให้ข้ายิ่งต้องพยายามมากขึ้นต่างหากหล่ะ”
ฉินปา “วิธีการต่อสู้ของท่าน คุ้มค่าให้ข้าเรียนรู้ ใช้แรงเพียงเล็กน้อย แต่สามารถเอาชนะพวกมันได้มากขึ้น ต่อให้ต้องเอาแกนวิญญาณทั้งหมดมอบให้ท่าน ข้าก็จะตามท่านไป”
“เช่นนั้นทางที่ดีเจ้าก็เร็วหน่อยก็แล้วกัน ต่อไปข้าจะไม่ให้เหยื่อกับพวกเจ้าแล้ว ถ้าอยากได้ก็ต้องแย่งเอง!”
“ได้!”
ปัง ปัง ปัง!
ร่างสามร่างเคลื่อนผ่านไป การต่อสู้ของพวกเขาก็เริ่มชำนาญมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เหมือนนักเรียนธรรมดาทั่วไปเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเองตัวประหลาดขนาดใหญ่ก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา ฉินปากล่าวเสียงขรึมว่า “สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่ง พี่ใหญ่มู่ ท่านถอยไป ข้าจะหยุดมันเอง!”
ร่างชุดม่วงค่อย ๆ ร่นตัวลงมาตรงหน้าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่งเบา ๆ ราวกับหมอกควันก็มิปาน นางกล่าวว่า “ไม่จำเป็น นี่คือเหยื่อของข้า”
จากนั้นนางก็ได้ชักกระบี่เล่มใหม่เอี่ยมออกมา แต่สีของคมกระบี่และตัวกระบี่นั้นช่างแตกต่างกันมาก
กระบี่ที่หลอมมาเองกับมือ ลองเอาออกมารับมือกับศัตรูดูหน่อยก็แล้วกัน!
ทันทีที่ข้อมือเคลื่อนไหว ปลายกระบี่ยกขึ้น มู่เฉียนซีก็เปล่งเสียงออกมาว