มู่เฉียนซียิ้มมุมปาก ก่อนจะกล่าวอย่างมั่นใจ “แน่นอน ข้าเอ่ยวาจาคำใด มันก็ต้องเป็นไปตามคำนั้นอยู่แล้ว หากว่าเจ้าไม่เชื่อ ก็ไปถามลูกสาวหรือผู้อาวุโสที่สองของเจ้าได้เลย”
มู่เฉียนซีให้เวลาพวกเขาคิดอย่างใจกว้าง ผู้อาวุโสที่สองจึงถือเอาเวลานี้พูดคุยกับหัวหน้าหอชิงลั่วด้วยสีหน้าจริงจัง อันที่จริงเขาเองก็มีความรู้สึกอยากขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ด้วยบทเรียนครั้งก่อน แน่นอนว่ามันสอนเขามาก เขาไม่กล้าให้หัวหน้าหอรับปากการเดิมพันนี้อย่างรีบร้อนเหมือนครั้งก่อนหน้านี้แล้ว
หัวหน้าหอชิงลั่วกล่าวขึ้น “ครั้งก่อนเป็นชิงเอ๋อร์ที่ประมาทเกินไป พรสวรรค์ของสาวน้อยผู้นี้ดีกว่าเล็กน้อย นั่นมันไม่ได้หมายความเลยว่านางสามารถรักษาโรคได้ แม้นางจะเป็นนักปรุงยาคนหนึ่ง ทว่าไม่ได้บรรลุถึงขั้นจักรพรรดิ ระดับการปรุงยาของนางก็คงไม่ได้สูงมากนัก”
“อีกอย่าง นักปรุงยามากมายขนาดนี้ก็ยังรักษาไม่ได้ นางเป็นแค่เด็กสาวความสามารถธรรมดา ๆ ผู้หนึ่ง ย่อมรักษาไม่ได้อย่างแน่นอน”
“แต่ท่านหัวหน้าหอ สาวน้อยผู้นี้แปลกประหลาดมากจริง ๆ นะขอรับ นางเลือกการทดสอบสามสิบวันของจวนชางไห่ แต่กลับออกมาได้อย่างปลอดภัย” ผู้อาวุโสที่สองกล่าว นัยน์ตาของเขายังคงเจือความฉงนสงสัยอย่างเต็มเปี่ยม
หัวหน้าหอชิงลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “อืม เรื่องนั้นข้าคิดพิจารณาแล้วเช่นกัน แต่มูลค่าของยาเม็ดนั้นมันคุ้มค่ากับความเสี่ยงของพวกเรา”
“ใช่!”
ในที่สุดหัวหน้าหอชิงลั่วก็เหลือบ