มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “อืม ข้าออกมาแล้ว ท่านผู้อาวุโสสูงสุดไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นขนาดนี้ก็ได้”
“ข้าไม่ตื่นเต้นได้รึ ? ในเมื่อเจ้ายังมีชิวิตอยู่” เสียงโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุดถูกส่งออกมา
มู่เฉียนซียิ้มยียวนก่อนจะกล่าวตอบออกไป “โอ้! ท่านเองก็ยังมีชีวิตอยู่เหมือนกันนี่”
“เจ้า… บังอาจนัก! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
บรรยากาศทั่วทั้งห้องประชุมตึงเครียดขึ้นมาในบัดดล หัวหน้าตำหนักโม่รีบกล่าวทัดทานเพื่อให้สถานการณ์เย็นลง “เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าหยุดทะเลาะกันได้แล้ว” สายตาของเจ้าตำหนักโม่ตกทอดไปยังร่างของโม่จิ่น เขากล่าว “เหอะ! ออกมาแล้วแต่กลับมัวไปเที่ยวเล่นอยู่ที่เมืองตงไห่ ไม่รู้จักกลับมาหาข้าเสียบ้าง”
โม่จิ่น “ขอประทานโทษเจ้าตำหนักโม่ มันไม่ง่ายเลยกว่าที่ข้าจะออกจากเกาะวิญญาณมรณะมาได้ ข้าอยู่ที่นั่นมานาน ในเมื่อออกมาแล้วก็ไปเที่ยวเล่นเสียหน่อยปะไร! แต่ดูสิ หลายวันมานี้แทนที่ข้าจะได้เที่ยวเล่นเต็มที่ ยังต้องมาโดนพวกท่านเร่งให้กลับมาอีก”
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ กล่าวอย่างกรุ่นโกรธ “ท่านเจ้าตําหนัก ท่านอย่าได้เกรงใจเขานักเลย เจ้าเด็กนี่ยังไม่ตายก็ยังไม่ปรับปรุงตัว เห็นทีคงต้องสั่งสอนให้ดี ๆ”
เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังลอยมา “ผู้อาวุโสที่สามออกมาจากเกาะวิญญาณมรณะได้ ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ทว่าท่านทำลายชื่อเสียงของบุตรสาวข้า และทำให้บุตรสาวของข้าหลับใหลไม่ยอมตื่นจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ พวกเราหอชิงลั่วไม่ยอมจบเรื่