ับสมัครเด็กรับใช้มาแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากกิจการเป็นไปได้ด้วยดีมากเหลือเกิน มันยังคงยุ่งเป็นอย่างมากอยู่ดี
มู่เฉียนซีมองโม่จิ่นที่เหมือนกับเป็นคนโง่เขลา นางกล่าวขึ้น “เหนื่อยแล้วก็ไปกินยาสักเม็ดสิ นั่นจะทำให้เจ้ากระปรี้กระเปร่าตลอดเวลาได้”
“ระ ราคาของมันนั้นสูงนัก ข้ามิอาจนำมาใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายได้”
ยาเม็ดของหอหมอปีศาจมีราคาถูกกว่าหอโอสถแห่งอื่นอยู่บ้าง แต่ยาก็คือยา หาใช่ผักกาดขาวไม่ อย่างไรเสียราคาของมันก็ยังคงจัดว่าแพง
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “เมื่อเจ้าออกไปข้างนอกก็อย่าได้ไปบอกใครเขานะว่าเจ้าเป็นคนของหอหมอปีศาจ ข้าขายหน้านัก เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะขาดเหลือยาเพียงเล็กน้อยแค่นี้รึ ?” “ข้ากิน! ข้ากินแล้ว” เมื่อนึกถึงภาพฉากที่มู่เฉียนซีนำยาออกมากินได้เหมือนลูกกวาด โม่จิ่นจึงเข้าใจ เขาจำต้องทำใจให้สงบเข้าไว้ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เขาจะต้องชินกับมัน
นี่เป็นครั้งแรกที่โม่จิ่นรู้สึกได้ถึงรสชาติของการมีเงินทองมากมาย
มันสบายเช่นนี้นี่เอง…
แม้ว่าเขาจะเป็นผู้อาวุโสที่สามแห่งตําหนักโม่อวี่ เขานั้นก็ไม่ได้สนใจในเรื่องเงินทองอะไรมากมายนัก เดือนหนึ่งเดือนเขาเองก็มีเงินทองครอบครองเพียงไม่เท่าไหร่ เขาเชื่อว่าหากหอหมอปีศาจพัฒนาเช่นนี้ต่อไปอีก ย่อมหาเงินได้ถึงขนาดที่จะเอาหยกวิญญาณไปฝังกลบตำหนักโม่อวี่เอาไว้ได้ตลอดเวลา
หลังจากที่เขาได้ค้นพบว่ารสชาติของการหาเงินหาทองมันดีเช่นนี้ โม่จิ่นจึงกล่าวขึ้น “น