ท่านเจ้าเมืองกล่าวถามว่า “ไม่ทราบว่าแม่นางมู่ต้องการร้านค้าไปทำสิ่งใด ?”
“เปิดร้านขายโอสถ!”
“รุ่ยเอ๋อร์!”
ท่านเจ้าเมืองตะโกนเรียกขึ้น ไม่นานนักที่ดินของหอโอสถอันเลื่องชื่อทั้งหมดในเมืองตงไห่ก็มาถึงมือ
โม่จิ่นหรี่ตายิ้มพลางกล่าวว่า “ขอบคุณท่านเจ้าเมืองมาก”
ไม่เสียงแรงเปล่าเลยจริง ๆ! แล้วนี่ให้ฟรีหรือไม่นะ ?
“ไม่ทราบว่าแม่นางมู่ต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องใดอีกหรือไม่ ท่านเจ้าเมืองอย่างข้ายังติดค้างแม่นางอยู่อีกคำขอหนึ่ง”
มู่เฉียนซีตอบว่า “ข้าอยู่ที่เมืองตงไห่ไม่นานนัก การสร้างหอโอสถขึ้นมานั้น แน่นอนว่าจะต้องมีนักปรุงยาที่มาช่วยดูแลอย่างเพียงพอ”
“เอ่อ เรื่องนี้……” ท่านเจ้าเมืองรู้สึกลำบากใจเข้าแล้ว ต้องรู้เอาไว้เลยว่านักปรุงยานั้นล้วนแต่มีความหยิ่งยโสมาก คงไม่ยอมลดตัวมาทำงานที่ร้านขายยาเล็ก ๆ นี่แน่นอน
ถึงแม้ว่าเขาเป็นถึงท่านเจ้าเมือง แต่ว่านักปรุงยานั้น ใช่ว่าจะไว้หน้าเขาซะที่ไหนกันหล่ะ
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่ต้องการให้ท่านเจ้าเมืองหานักปรุงยาให้ ข้าต้องการเพียงแค่ยืมชื่อเสียงและบารมีของท่านเจ้าเมือง มาจัดงานที่เมืองตงไห่เท่านั้น”
“จัดงาน ?” ท่านเจ้าเมืองรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
“หมายถึงจัดงานคัดเลือก”
“เรื่องนี้ เกรงว่านักปรุงยาเหล่านั้นคงจะไม่มาหน่ะสิ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ขอเพียงแค่ท่านเจ้าเมืองประกาศออกไปว่า งานคัดเลือกในครั้งนี้ ผู้ที่เข้ารอบสิบสองคนแรกจะได้รับสูตรยาระดับเก้าหนึ่งสูตร เข้