โม่จิ่นพบว่ามู่เฉียนซีมิได้ไปหาร้านค้า แต่ไปที่จวนเจ้าเมือง
โม่จิ่นกล่าถามว่า “เจ้านาย นี่ท่านคงไม่คิดอยากจะวางยาพิษท่านเจ้าเมือง แล้วก็……”
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านเจ้าเมืองโดนพิษเข้าแล้ว ยังต้องให้ข้าวางยาพิษเขาอีกเหรอ ?”
“ห๊ะ! ท่านรู้ได้อย่างไรกัน ?”
“เมื่อครู่ ตามถนนติดแผ่นประกาศรางวัลอยู่ บอกว่าท่านเจ้าเมืองเมืองตงไห่ได้ต่อสู้กับสัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายตัวหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นักปรุงยาของจวนเจ้าเมืองมิอาจรักษาได้ จึงได้ประกาศหานักปรุงยาไปรักษา”
โม่จิ่นกล่าวว่า “ท่านรักษาได้งั้นเหรอ ?”
“ผู้ป่วยที่ข้าจะรักษา นอกจากคนผู้นั้นคนเดียวแล้ว คนอื่น ๆ ข้าล้วนแต่รักษาได้หมด” มู่เฉียนซีกล่าว
หากเป็นคำพูดของผู้อื่น โม่จิ่นต้องคิดว่าเป็นเพียงคำพูดที่คุยโวโม้ไปเรื่อยแน่นอน แต่นี่เป็นคำพูดของมู่เฉียนซี เขาเชื่อ เพราะหลายวันที่ผ่านมานี้ เข้าได้เห็นทุกอย่างกับตาตัวเองแล้ว
“พวกเจ้าเป็นใคร ?” องครักษ์ของจวนเจ้าเมืองขวางพวกเขาไว้ พลางกล่าวถาม
มู่เฉียนซีเหลือบมองโม่จิ่น เพื่อมอบให้เขาจัดการ!
โม่จิ่นกล่าว “ข้าคือผู้อาวุโสสามของตำหนักโม่อวี่ ได้ยินมาว่าท่านเจ้าเมืองโดนพิษ ก็เลยมาดูสักหน่อย”
โม่จิ่นไม่เพียงแต่บอกสถานะตัวตนของตนเอง อีกทั้งยังเอาป้ายคำสั่งประจำตัวในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสสามออกมาอีกด้วย
ผู้อาวุโสที่มีอายุน้อยเช่นนี้ช่างทำให้คนรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ทว่า ป้ายคำสั่งนั้นมิอาจปลอมกันได้ องครักษ์จึง