ร็วของนางก็จะสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีก
เมื่อได้ในสิ่งที่นางต้องการ มู่เฉียนซีก็โบกไม้โบกมือกล่าวลา “ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนแล้วกัน”
“เจ้า… เจ้าเอาอีกแล้ว”
สัตว์ทะเลผู้พิทักษ์จ้องมองมู่เฉียนซีอย่างเกลียดชัง ดวงตาของมันในตอนนี้แข็งกร้าวดั่งเหล็กเลยทีเดียว ทว่ามู่เฉียนซีกลับกล่าวขึ้นอย่างไร้เดียงสา “ข้าทำอะไรผิดอีกเล่า ?”
“ในฐานะที่เป็นเจ้าของจวนชางไห่ เจ้าจะมาเอาคัมภีร์ไปเพียงเล่มเดียวต่อการเข้าหนึ่งครั้งรึ ?! รอจนกว่าที่ข้าจะปรากฏตัวขึ้นครั้งหน้ายังไม่รู้เลยว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด นอกจากภายในสิบปีนี้เจ้าจะสามารถฝึกบำเพ็ญจนบรรลุเป็นมหาจักรพรรดิระดับสูงสุดได้ มิเช่นนั้นเจ้าไม่สามารถที่จะเข้ามาได้” “ทักษะวิญญาณของที่นี่เพียงพอที่จะทำให้สำนักที่มีระดับต่ำกว่าสำนักนิกายระดับสามลงไปแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่ง แต่เจ้ากลับเอาคัมภีร์ไปเพียงแค่เล่มเดียวแล้วจะจากไป เจ้าทำให้ข้าโกรธแทบตายเลยจริง ๆ”
มู่เฉียนซียิ้มยียวน “เหอะ ๆ เจ้าจะบอกว่าข้าเป็นเจ้าของของจวนชางไห่ อยากที่จะได้ตำราเคล็ดวิชาสักเท่าไรก็เอาไปเท่านั้นงั้นรึ ?”
“ก็ใช่น่ะสิ!”
“ตอนนี้อายุเจ้ายังน้อย การไม่โลภมากนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่คนเรานั้นจะต้องมีทรัพยากรแห่งการใช้ชีวิตให้มากเสียหน่อยจะดีกว่า” สัตว์ทะเลผู้พิทักษ์ที่มีชีวิตอยู่มาไม่รู้กี่ปีสอนมู่เฉียนซีอย่างถี่ถ้วนไปคราหนึ่ง
มู่เฉียนซีแสยะยิ้มมุมปาก เดิมทีนางนั้นจัดเป็นคนโลภมาก เพียงแต่เ