ตได้รึ ?”
คนของตำหนักโม่อวี่เหล่านั้นต่างก็หันไปมองผู้อาวุโสสูงสุด ในพวกเขามีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดผู้เดียวเท่านั้นที่มีพลังวิญญาณขั้นมหาจักรพรรดิ และมีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้นที่จะตีเสมอกับโม่จิ่นได้
ผู้อาวุโสสูงสุดยิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวจิ่น พรสวรรค์เป็นเลิศจริง ๆ สามารถทะลวงพลังขั้นมหาจักรพรรดิได้ ยินดีด้วย ยินดีด้วย!”
ตาเฒ่าผู้นี้เปลี่ยนสีหน้าได้เร็วกว่าพลิกหน้ากระดาษซะอีก เขาได้เก็บงำความก้าวร้าวเอาไว้ และได้กลายเป็นผู้ที่ใจดีอย่างหาที่เปรียบมิได้
โม่ซางคงกล่าว “อาจิ่น ยินดีกับเจ้าด้วย!”
“เหอะ! ดูเหมือนว่าตำหนักโม่อวี่ของพวกเจ้า คิดจะปล่อยสัตว์ร้ายตัวนี้แล้วสิ”
ชายชราผู้ที่มีเคราสีขาวผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น ข้างกายเขาก็คือชิงฮุ้ยในอาภรณ์สีแดง ในตอนนี้ใบหน้าของนางยังคงโกรธเกรี้ยวอยู่ “เจ้าเศษเดนนรกผู้นี้ทำร้ายพี่สาวของข้าจนป่วยหนักมาจวบจนถึงวันนี้ ถึงแม้ว่ามันจะทะลวงพลังขั้นมหาจักรพรรดิได้แล้ว แต่ความผิดของมันก็มิอาจยกโทษให้ได้!”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวว่า “หนุ่มสาวย่อมมีช่วงเวลาที่วู่วาม มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ตำหนักโม่อวี่ของพวกเราก็ได้ลงโทษโดยการส่งไปยังเกาะวิญญาณมรณะแล้ว เรื่องนั้นมันก็ผ่านมานานแล้ว ข้าว่าหอชิงลั่วคงจะไม่ติดใจเอาความอะไรอีกกระมัง!”
มหาจักรพรรดิที่อายุยังไม่ถึงสามสิบปี อัจฉริยะเช่นนี้จักต้องมีไว้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบขี้หน้าโม่จิ่น แต่ก็จำต้องปกป้องมันไว้อยู่ดี
ยอดฝ