สู้กันในจวนชางไห่ ทำให้ของล้ำค่าในจวนเกิดความเสียหายขึ้น สำนักศึกษาซวนเสียจึงได้ออกหน้า สำนักนิกายระดับหนึ่งทั้งสิบแปดสำนักแห่งเสียโจว ทุกครั้งที่จวนชางไห่ปรากฏขึ้น จะเข้าไปได้ทีละสามสำนัก แต่ละครั้งก็ต้องต่อแถวกันเข้าไป”
เซี่ยโจวมีสำนักอวิ๋นเยียนสำนักเดียว ที่เป็นสำนักนิกายระดับหนึ่ง แต่เสียโจวมีตั้งสิบแปดสำนัก ไหนจะมีกองกำลังระดับสองอีก แท้ที่จริงแล้ว บนโลกใบนี้ เซี่ยโจวเป็นดินแดนที่ล้าหลังเกินไปจริง ๆ!
โม่จิ่นมองโม่ซางคงและกล่าวว่า “นอกจากตำหนักโม่อวี่ กับหอชิงลั่วแล้ว ยังมีสำนักไหนอีก ?”
“สำนักเทียนกัง!” โม่ซางคงตอบ
ไม่ได้เจอสหายรักมาหลายปี ถึงแม้ว่าโม่ซางคงจะไม่ได้กล่าวอะไรมาก ทว่าพวกเขายังอยากจะพูดคุยกันต่อ
มู่เฉียนซีไม่อยากรบกวน จึงได้กลับไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยม
นางได้เลือกห้องชั้นบนที่ดีที่สุด เปิดหน้าต่างก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ของมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ นางพึมพำว่า “จวนชางไห่เหรอ ? ไม่รู้ว่าจะได้พบเบาะแสอะไรที่มีประโยชน์บ้าง ?”
“คัมภีร์หมื่นคำสาป ไหนจะมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์อีก โดยเฉพาะ มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ธาตุอัคคี”
กองกำลังทั้งสามมารวมตัวกัน เตรียมพร้อมที่จะเดินทางจากเกาะใต้ไปยังจวนชางไห่
“นี่นางมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?” ชิงฮุ้ยสังเกตเห็นสตรีที่มากับโม่จิ่น นางรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วพลางกล่าว “ทำไมข้าจะอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ?”
“เจ้าไม่ใช่คนของตำหน