งเขาด้วยแววตาเยือกเย็น เดิมทีชายชุดคลุมดำผู้นี้คิดที่จะบีบบังคับนาง มาตอนนี้กลับขอให้นางปล่อยเขาไป
นั่นเป็นไปไม่ได้แน่นอน!
ขณะนั้นจื่อโยวมองมาทางจิ่วเยี่ยกับมู่เฉียนซี
มือข้างหนึ่งถือกระบี่ อีกข้างโอบเอวบางเอาไว้
ทั้งสองคนนั้น แต่ละคนช่างงดงามไร้ที่ติยากจะหาผู้ใดเทียบเทียม ยิ่งเวลานี้พวกเขายืนอยู่ข้างกัน มันส่องประกายเจิดจ้าเสียจนแทบจะทำให้จื่อโยวถึงกับตาบอดเลยทีเดียว เขาพึมพำอยู่ด้านข้าง “ถุย! นับวันเยี่ยยิ่งจีบสตรีได้เก่งขึ้น นั่นเป็นเพราะข้า เพราะข้าล้วน ๆ ฮิ ๆ ๆ”
“ฮึ่ม! แต่การไม่รู้คุณอาจารย์เช่นนี้ เยี่ยเอ๋ย เจ้าจะตายไวหรือเปล่านะ ?” จื่อโยวนั้นเป็นพวกปากสุนัขปากอีกา ตอนที่เขาเพิ่งกล่าวจบก็เกิดเรื่องไม่มงคลขึ้นในทันที
— แกรก! —
เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา กระบี่มังกรเพลิงของมู่เฉียนซีหักไปเสียแล้ว
ชายชุดคลุมดำผู้นั้นอันตรธานหายไปโดยสมบูรณ์ ขณะที่ปลายกระบี่แหลมสีแดงค่อย ๆ ร่วงโรยหล่นลงบนพื้นดิน
— เคร้ง! —
มู่เฉียนซีถือกระบี่สนิมที่ไร้ซึ่งปลายกระบี่ด้วยสีหน้าตกตะลึง
กระบี่มังกรเพลิงหักแล้ว! มันหักไปแล้ว!
กระบี่ในตำนานที่จักรพรรดิแห่งสงครามขวางอวิ๋นใช้มันแสดงแสนยานุภาพไปทั่วทั้งทวีปเซี่ยโจวหักเสียแล้ว นี่มันเรื่องล้อเล่นอันใด ?
มู่เฉียนซีถามขึ้นมา “เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่นี้เป็นสิ่งที่เกิดจากเจ้าหมอนั่น เขาทำกระบี่ของข้าหักรึ ?”
จิ่วเยี่ยตอบด้วยเสียงต่ำ “ไม่ใช่ เขาไม่มีความสามารถเช่