“นี่มันตัวอะไรกัน ?” เสียงตื่นตระหนกดังขึ้น
ปัง ปัง ปัง! มู่เฉียนซีกับโม่จิ่นเกือบจะถูกตัวประหลาดข้างหลังไล่ทันแล้ว
ปัง! มู่เฉียนซีเอื้อมมือไปเปิดประตูด้านข้างพลางกล่าวเสียงขรึมว่า “ไป!”
ตุบ! ทั้งสองกระโดดเข้าไปในห้องนั้น และรีบปิดประตูทันที นึกไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่าโครงกระดูกนั่นจะไม่พังประตูตามเข้ามา
ทันใดนั้นเองโม่จิ่นก็รู้สึกหนาวสันหลังขึ้น เขาหันไปด้วยตัวที่แข็งทื่อ และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “ทิ ที่นี่ยังมีอะไรอีก ? หรือว่าจะเป็น……”
มู่เฉียนซีกล่าว “ปฏิกิริยาว่องไวมาก ในนี้ยังมีอะไรบางอย่างอยู่”
ได้ยินเช่นนี้แล้วโม่จิ่นก็ยิ่งรู้สึกขนพองสยองขวัญมากขึ้น!
“คงจะไม่ใช่ผีหรอกนะ! ช่วยด้วย! ” โม่จิ่นกระโดดขึ้นด้วยความหวาดกลัว
มู่เฉียนซีทำอะไรไม่ถูก “เจ้ากำลังจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นมหาจักรพรรดิที่สง่าผ่าเผย ยังจะกลัวผีอีกรึ ?”
“ต่อให้ข้าเป็นยอดฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิจริง ๆ แต่ข้าก็เป็นคนนะ! ข้าจะไม่กลัวสิ่งที่มืดสลัวนั้นได้ยังไงกันเล่า ?” โม่จิ่นรู้สึกอายจนใบหน้าแดงก่ำและเริ่มกล่าวโต้แย้ง
เขาไปหลบอยู่ด้านหลังมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “แม่นางมู่ เจ้าเป็นผู้กล้า เจ้าต้องช่วยข้าให้รอดพ้นไปจากกรงเล็บปีศาจของภูตผีปีศาจเหล่านี้นะ”
มู่เฉียนซีหมดคำพูดกับเขาจริง ๆ ทว่า ตอนนี้นางกลับรับรู้ได้ถึงเสียงร้องตะโกนของกระบี่มังกรเพลิงที่อยู่ในมือ
กระหายแล้ว! ต้องการจะกลืนกิน มีของอร่อยอยู่ตรงหน้