งเจ้า คนทั้งเกาะวิญญาณมรณะจะต้องรู้แน่”โม่จิ่นสีหน้าดำคล้ำด้วยความโกรธ เขาแอบกัดฟันกรอดและกล่าวว่า “นี่เจ้าโหดร้ายมากเกินไปแล้ว อย่างน้อยเราก็เป็นสหายร่วมรบกันนะ!”“หากเจ้าไม่ทำ ข้าก็จะไม่สนว่าเจ้าจะเป็นสหายร่วมรบหรือไม่”เปลวเพลิงอันแดงฉานได้ปกคลุมบริเวณรอบ ๆ โม่จิ่นกล่าว “เห็นแก่ชื่อเสียงของข้า ข้าจะสู้ให้สุดใจ!”มู่เฉียนซีกล่าวกับกระบี่มังกรเพลิงว่า “หากจะกินของดีก็ต้องเชื่อฟังข้า เฝ้าตรงนี้ไว้ให้ดี อย่าให้วิญญาณตนใดมารบกวนข้าได้ เข้าใจหรือไม่ ?”ทั้งสองนั้นเป็นพันธสัญญากัน กระบี่มังกรเพลิงก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี มันคอยเฝ้าข้างหน้ามู่เฉียนซีเอาไว้ โม่จิ่นกล่าวอย่างกลัดกลุ้มใจว่า “สถานการณ์มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าคิดจะทำอะไร ?”
ทุกครั้งที่นางกวัดแกว่งกระบี่ นางรับรู้ได้ว่าสิ่งที่มืดสลัวเหล่านั้นลดน้อยลงไปมาก เห็นได้ชัดว่าพลังความแข็งแกร่งของนางนั้นมิอาจเทียบเขาได้ ทว่า พลังจิตในการรับรู้ของนางนั้น ทิ้งห่างเขาไปไกลมาก
ปลายกระบี่ส่องแสงแดงฉานราวกับสัตว์ร้ายที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
มู่เฉียนซีรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวของวิญญาณเหล่านั้น กระบี่มังกรเพลิงสมแล้วที่เป็นอาวุธแห่งการสังหาร
ปัง ปัง! วิญญาณที่อยู่ในนี้ค่อย ๆ ลดน้อยลง ทำให้โครงกระดูกที่เฝ้าประตูอยู่นั้นเตรียมพร้อมที่จะลงมือบุก และเริ่มกระแทกประตูตรงหน้าอย่างรุนแรง
“เจ้านั่นเข้ามาแล้ว” สีหน้าของโม่จิ่นซีดเผือด
“เจ้าขวางมันเอาไว้ก่อน ข