ปด้วยหมอกควันสีดำ
พลังวิญญาณได้ห่อหุ้มร่างของโม่จิ่นและได้แยกกับน้ำที่อยู่ในบริเวณรอบ ๆ เขาปริปากกล่าวขึ้นว่า “นี่คือเรือวิญญาณมรณะ ที่แท้เรือวิญญาณมรณะก็ซ่อนอยู่ที่ใต้เกาะวิญญาณมรณะนี่เอง”
“บนพื้นผิวทะเลนั้นก็เป็นเพียงแค่เงาของมัน!”
โม่จิ่นเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้น “จะเข้าไปหรือไม่ ?”
“ซี! เข้าไป!” เสียงอันเย็นยะเยือกดังขึ้น มู่เฉียนซีสะดุ้งเล็กน้อย เป็นเสียงของจิ่วเยี่ย คำพูดของจิ่วเยี่ยทำให้มู่เฉียนซีเชื่ออย่างไร้เงื่อนไข
ท่านอาไปอยู่ในโลกแห่งภูต จากนางไปไกลแสนไกล บัดนี้จิ่วเยี่ยเป็นผู้ที่อยู่เคียงข้างนางและเป็นคนที่นางเชื่อใจ
มู่เฉียนซีตอบ “พยายามหาอยู่ตั้งนาน ในที่สุดก็ได้เจอเรือวิญญาณมรณะในตำนาน ต้องเข้าไปอยู่แล้ว”
โม่จิ่นกล่าว “ก็จริงอย่างที่เจ้าพูด เข้าก็เข้า!”
“เจ้าคิดใคร่ครวญดูดีดี ข้ากลัวว่าเจ้าจะตายอยู่ในนั้นแล้วไม่มีคนไปเอาศพ”
สถานที่แห่งนี้ ในเมื่อจิ่วเยี่ยเป็นคนเอ่ยปากกล่าวขึ้นมาเองว่าให้นางเข้าไป มันจะต้องมีบางอย่างที่พิเศษแน่นอน ในขณะเดียวกันก็ต้องอันตรายมากเช่นกัน หากเป็นเพียงเรื่องเล็กจิ่วเยี่ยคงไม่ปริปากเอ่ยออกมาอย่างแน่นอน
โม่จิ่นกล่าว “แม้แต่เจ้ายังกล้าเข้าไป หากข้าไม่กล้าเข้าข้าก็เสียหน้าแย่นะสิ”
ครั้นแล้วมู่เฉียนซีกับจิ่นโม่ก็ได้ย่างกรายเข้าไปในประตูบานนั้นและมุ่งไปที่เรือวิญญาณมรณะ
ในสถานที่ที่พวกเขามองไม่เห็นนั้น จื่อโยวก็ได้กล่าวขึ้นว่า “เยี่ย เจ้าโหดร้ายกั