สร็จแล้วก็ไปต่อในทันที เมื่อร่างกายของมู่เฉียนซีเกิดกระบวนการโคจรพลังวิญญาณ นิ้วมือของจิ่วเยี่ยก็ตกลงไปที่จุดตันเถียนของมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว พลังวิญญาณของนางก็เริ่มแปรปรวนขึ้นมา ในเวลาเดียวกัน จิ่วเยี่ยกระซิบใกล้ ๆ หูของนาง “ซี มีสมาธิหน่อย”
มู่เฉียนซีนั้นกำลังจะเป็นบ้าแล้วจริง ๆ ในสถานการณ์เช่นนี้เนี่ยน่ะรึจะให้นางมีสมาธิ ?! เขาคิดว่ามันมีสมาธิได้ง่าย ๆ หรืออย่างไรกัน ?
“จิ่วเยี่ย ข้าขอล่ะ เจ้าเปลี่ยนตำแหน่งได้หรือไม่ ?”
“ไม่ได้ จุดตันเถียนเป็นจุดที่ดีที่สุดแล้ว” คำตอบของจิ่วเยี่ยทำให้มู่เฉียนนั้นล้มเลิกความคิดไป
“ถ้าหากว่าซีอยากที่จะใกล้ชิดกับข้า สามารถเข้ามาใกล้ชิดกับข้าก่อน แล้วค่อยเพิ่มระดับขั้นที่หลังได้ ไม่ควรรีบร้อน”
ไอร้อนจากการกระซิบตกกระทบกับใบหูของมู่เฉียนซี และมันยังแฝงไปด้วยเสียงทรงเสน่ห์ที่ได้เข้าไปในหูของนาง
สีหน้าของมู่เฉียนซีเริ่มหม่นลงเรื่อย ๆ นางกล่าวตอบไปว่า “เช่นนั้นไม่เป็นไร ข้าประคองตัวอยู่เองได้”
“ประคองอยู่เองได้หรือ ?” มุมปากของจิ่วเยี่ยได้ยกสูงขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็ยังร่วมมือฝึกบำเพ็ญกับมู่เฉียนซีต่อไป
นี่เป็นการทรมานกันชัด ๆ หากรู้แต่แรกว่าการฝึกฝนเช่นนี้เป็นการทรมาน นางรู้สึกว่ามิสู้ตนเองขยันฝึกบำเพ็ญเอาเองเสียจะดีกว่า นางจะไม่มาที่น้ำพุวิญญาณเทียนเหยียนแห่งนี้ตั้งแต่แรกหรอก
พลังวิญญาณในน้ำพุวิญญาณเทียนเหยียนถูกมู่เฉียนซีดูดซ