ามากับข้าดีไหมเล่า ?! ต่อไปข้าจะปกป้องเจ้าเอง ปกป้องอย่างดีด้วย”
ชายชราที่ดูอายุราว ๆ เจ็ดสิบแปดสิบปีเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่น่าขยะแขยงบนใบหน้าของเขา
มู่เฉียนซีไล่อย่างเย็นชาทันที “ไสหัวไป!”
“นางคือแขกของผู้นำของพวกเราแล้วเจ้ายังกล้าคิดอะไรน่ารังเกียจอีก ไสหัวไปซะ!” เหล่าคนของโม่จิ่นก็โกรธกรุ่นขึ้นมาเช่นกัน
พวกเขาพากันแสดงอำนาจ ทําให้ทุกคนที่ตั้งใจจะก่อกวนมู่เฉียนซีไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ก็มีพวกที่หมั่นไส้พูดอย่างไม่พอใจว่า “พวกเจ้าจะเย่อหยิ่งไปไหนกัน ? รอดูโม่จิ่นถูกพี่หลงฆ่าตายเสียก่อนเถอะ ตอนนี้นดูสิว่าพวกเจ้ายังจะหยิ่งยโสอยู่หรือไม่”
คนที่ขึ้นไปบนเวทีสัตว์ ถ้าไม่ตายก็ไม่สามารถที่จะจากออกไปได้ นอกเสียจากว่าจะอยู่และครองชนะจนจบ
ในสายตาของพวกเขา โม่จิ่นคนเดียวไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของพี่หลงได้อย่างแน่นอน
“สังหารด้วยเปลวเพลิง!” โม่จิ่นตะโกนออกมา เขานั้นเป็นผู้มีพลังภูตธาตุอัคคี แน่นอนว่าพลังสังหารของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก
เมื่อเห็นธาตุอัคคี ดวงตามู่เฉียนซีพลันส่องประกายออกมา เขาคือผู้มีพลังภูตธาตุอัคคีที่นางเคยเห็นนอกจากจวินโม่ซี
พลังธาตุอัคคีของโม่จิ่นกวาดผ่านมา สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำทําอะไรเขาไม่ได้ ทว่าสุดท้ายเขาก็ถูกคนล้อมไว้
“หึ ๆ ผู้นำโม่ มาดูกันว่าเจ้าจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน”
.