้” มู่เฉียนซีพยักหน้า “ชิงอวิ๋น ขอบคุณที่เตือนข้า ข้าจะจำไว้ให้ดี”
เพียงแค่มีปลายกระบี่ พลังนั้นก็มีความสามารถพอที่จะทำให้การต่อสู้ของนางก้าวกระโดดจนสามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้ หากเป็นกระบี่ที่สมบูรณ์ พลังการต่อสู้ของนางจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างคาดไม่ถึงแน่นอน
“วันนี้เฉียนซีจะไปแล้ว ข้าจะส่งเจ้าถึงประตูเมือง” ซวนหยวนชิงอวิ๋นกล่าวขึ้นมาอีก
“ได้เลย” มู่เฉียนซีตอบรับพลางยิ้ม
ขณะที่ทั้งสองสนทนากัน เวลานี้อารมณ์ของจิ่วเยี่ยเริ่มไม่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว‘…เจ้านี่ยังไม่ไปเจ้านั่นก็มาอีก ไม่จบไม่สิ้นกันเสียที’
เมื่อมาถึงประตูเมือง จิ่วเยี่ยก็ทำแทนมู่เฉียนซีและโค้งคำนับให้กับสองคนนั้น จากนั้นก็ได้พานางหายลับไปจากสายตาของสองคนนั้น บนกําแพงเมือง เงาร่างสีเหลืองสดใสเงาหนึ่งมองไปยังเงาสีดําที่หายวับไปตรงหน้าเขา แววตาฉายแววเศร้าหมอง
ตระกูลมู่อยู่ที่นี่ เขามักจะกลับมาเสมอ เขายังมีโอกาสให้ได้ลอบมองนางอยู่อีกหลายครั้ง
“ฝ่าบาท ลมแรงนัก ถึงเวลากลับวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม กลับวังเถอะ”
……
กลับมายังแคว้นเฉียนเซี่ยอีกครั้ง
มู่เฉียนซียังมีจุดสุดท้ายที่นางต้องจัดการ นางเอ่ยถามขึ้นมา “เสี่ยวชี เจ้ามีแผนอะไร ?”
ชายหนุ่มชุดดําผู้หนึ่งคุกเข่าลงตรงหน้ามู่เฉียนซีและกล่าวด้วยเสียงต่ำว่า “ตามนายท่านไป”
“เขตรอบนอกของทวีปเซี่ยโจว จากทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุดไปยังอีกทวีปหนึ่งนั้น ข้าไม่รู้ว่าจะต้องผ่านอะไรบ้าง ข้าไม่สามารถพาใครไป