นั้นแล้วพวกเขาจึงได้ร่วมมือกัน” “สงครามนรก นายท่านเชื้อพระวงศ์ทั้งหกร่วมมือกันเพื่อสู้กับนายท่านของข้า แต่ทว่าพวกนั้นก็ยังสู้จิ่วเยี่ยไม่ได้เช่นเดิม เช่นนั้นแล้วพวกเขาจึงใช้เคล็ดวิชาลับเผาพลาญวิญญาณของตนเพื่อลงมือกับจิ่วเยี่ย และท่านสุ่ยจิงอิ๋งก็ได้รับการโจมตีนั้นเอาไว้”
“ดอกบัวหงเก้ากลีบ ดอกของมันบานสะพรั่งออกมาเป็นเก้ากลีบ แต่ท้ายที่สุดมันกลับแตกสลาย ทั้งแปดกลีบนั้นล่องลอยไปในอากาศโดยไม่รู้ว่าพวกมันจะไปตกลง ณ ที่ใด ทว่ามีหนึ่งกลีบที่อยู่ในมือของเยี่ย”
“จะอย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายนั้นยังไม่ยอมเลิกรา จากนั้นก็ได้ใช้คำสาปที่เลวร้ายที่สุดกับเยี่ย”
“นายท่านเชื้อพระวงศ์ทั้งหกนั้นก็เจ็บเจียนตาย ดังนั้นแล้วสงครามนรกจึงได้สงบลงเป็นการชั่วคราว และเยี่ยนั้นต้องพิษของคำสาปจึงต้องพักรักษาตัว เช่นนั้นแล้วจิ่วเยี่ยจึงได้ใช้สถานะตัวตนของซวนหยวนจิ่วเยี่ยซึ่งเป็นองค์ชายที่เก้าแห่งราชวงศ์ซวนหยวนแห่งแคว้นจื่อเยี่ยที่เกือบถูกเผาตายและทิ้งสถานะนั้นเอาไว้ที่ทวีปเซี่ยโจว รอให้เจ้าปรากฏตัวขึ้น” เมื่อได้ยินสิ่งที่จื่อโยวกล่าวมาทั้งหมดนี้ มู่เฉียนซีก็ได้รู้เสียทีว่าเหตุใดในตอนนั้นตนเองถึงได้โชคร้ายเช่นนั้น ทันทีที่ทำพันธสัญญากับศาลานิรันดร์ นางก็ถูกจับตามอง ที่แท้จิ่วเยี่ยเฝ้าคอยมันมาเป็นเวลาสิบกว่าปีอย่างไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงเลย
ในตอนแรกที่เขาให้อาถิงออกมาพบเขานั้นมิใช่เพราะเพื่อที่จะแย่งชิงศาลาเรือนรางเก้าชั้