้อเท้า!
ร่างสีฟ้านั้นกลายเป็นร่างที่เลือนราง และเคลื่อนไหวไปมาอยู่ในกระจก งดงามดุจดั่งนางฟ้า ต่อให้วิ่งไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังนุ่มนวลอ่อนโยนดุจดั่งกระแสน้ำ
หญิงสาวผู้นี้ เป็นใครกัน ?
เป็นภาพมายา หรือว่า……
จิ่วเยี่ยเดินมาข้างกายมู่เฉียนซี “ซี ระวังตัวเองด้วย!”
มู่เฉียนซีเบิกตากว้างและกล่าวว่า “หญิงสาวผู้นั้น คือคนที่เจ้าตามหา ?”
“อืม!”
“งั้นเจ้าก็รีบตามไปสิ ด่านการทดสอบชั้นที่เจ็ดของหอเทพข้าก็ไปคนเดียว ครั้งนี้ ไม่มีปัญหาแน่นอน”
“ไม่รู้ว่าอาถิงจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ก่อนที่หอฉงโหลวจะจากไปหากเขายังไม่ตื่นขึ้นมา ทุกอย่างที่เจ้าทำมาอย่างหนักหน่วงมันก็จะสูญเปล่า ตอนนี้เจ้าเจอแล้ว ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา”
ดูเหมือนว่ามู่เฉียนซีจะไม่รั้งเขาเอาไว้เลย ทำให้ใบหน้าของจิ่วเยี่ยตอนนี้ดูเคร่งขรึมลง “ซีไม่อยากให้ข้าอยู่ด้วย!”
มู่เฉียนซีกล่าว “การที่เจ้าได้เจอกับคนที่เจ้ากำลังตามหา ต่อไปจะได้รักษาเจ้าอย่างสบายใจ เจ้าจะได้ไม่ต้องวิ่งไปนู้นทีวิ่งไปนี่ที!”
ก็จริง ได้เจอนางแล้ว เขาก็จะได้มีเวลาอยู่กับซีตลอดเวลา
ร่างในชุดดำขลับก็ค่อย ๆ เลือนราง และได้อันตรธานหายไปต่อหน้ามู่เฉียนซี
เมื่อเห็นร่างของจิ่วเยี่ยค่อย ๆ อันตรธานไปเช่นนี้มู่เฉียนซีก็รู้สึกรู้สึกงงงันเล็กน้อย จิ่วเยี่ยไปดื้อ ๆ เช่นนี้เลยเหรอ ? หญิงสาวผู้นั้นคงจะสำคัญกับเขามากสินะ!
เพียงแค่แผ่นหลังและความนุ่มนวลอ่อนโยนนั้น สามารถทำ