ังของมู่เฉียนซีแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ‘…หึ ๆ ๆ เจ้าวิญญาณสัตว์ทั้งหลาย จากนี้ไปพวกเจ้าจะหนีไม่รอดแม้แต่ตัวเดียว’จิ่วเยี่ยมองตามหลังเงาร่างอันบอบบางนั้น พลันดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งก็กลับกลายฉายแววลึกซึ้งออกมา
อืม… เขานึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าจะมีกลิ่นหอมของซีติดมาด้วย วิญญาณของนางเป็นสิ่งที่เย้ายวนเป็นที่สุดในโลกมนุษย์
มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะเป็นรอยยิ้ม
ขณะที่มู่เฉียนซีกำลังต่อสู้อยู่กับสัตว์วิญญาณนั้น นางพลันรู้สึกว่าที่ด้านหลังของตนเหมือนถูกสัตว์ดุร้ายจ้องมองอยู่ และพร้อมที่จะกินนางเข้าไปในทันที
คงมิใช่ว่าคำสาปของจิ่วเยี่ยสำแดงฤทธิ์อีกแล้วกระมัง!
เมื่อมู่เฉียนซีหันกลับไปมอง ก็เห็นจิ่วเยี่ยกำลังจ้องมองนางเหมือนดั่งปกติ มู่เฉียนซีจึงโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง …นางคงจะคิดมากเกินไป
— ปัง! ปัง! ปัง! —
มู่เฉียนซีต่อสู้ต่อไป
ผลสุดท้าย ปรากฏว่าเป็นเพราะนางนั้นยโสโอหังมากเกิน ผลที่ได้จึงไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไรนัก นางมิเพียงแค่ไปทำให้สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่โกรธแล้วมุ่งหน้าเข้ามาเท่านั้น แม้แต่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าเองก็ออกโรงแล้ว
มู่เฉียนซีรีบร้องตะโกนขึ้น “จิ่วเยี่ยช่วยข้าด้วย! นี่เป็นการทดสอบของเราทั้งสองคน เจ้าก็ควรออกมือได้แล้วกระมัง!”
เงาร่างสีดำกระโดดลงมาที่ด้านข้างตัวนางอย่างรวดเร็ว จิ่วเยี่ยกล่าว “ซี… ในที่สุดเจ้าก็เรียกร้องให้ข้าเข้ามาช่วย” แม้จะมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต สิ่งที่นางนึ