ขณะเดียวกันจิ่วเยี่ยก็มองมู่เฉียนซีแล้วกล่าวขึ้น “ซี นำทาง”
“หืม ? เจ้าบอกว่าให้ข้านำทางรึ ?” มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้น หากว่ากันตามหลักแล้วจิ่วเยี่ยรู้เรื่องต่าง ๆ ไม่น้อย ให้เขานำทางน่าจะไปได้ถูกทางกว่า
“อืม เจ้าเดินไปตามความรู้สึกก็เพียงพอแล้ว” จิ่วเยี่ยยืนกราน
“ได้ ในเมื่อเจ้าเชื่อความรู้สึกข้ามากนัก เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
ที่ชั้นล่างของทั้งหอฉงโหลวมีหนทางที่คดเคี้ยวราวกับว่าเป็นเขาวงกตอยู่ แม้แต่พื้นที่ที่สามารถให้มู่เฉียนซีเปิดร้านยาได้ก็ยังมี แล้วยังเป็นพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่อีกมาก มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “หอฉงโหลวบนเมฆาแห่งนี้ไม่เลวเลย หากว่าสามารถเอามาเป็นจวนส่วนตัวได้ก็คงดี”
“ข้าว่ามันเก่าย่ำแย่เกินไป ไม่เหมาะกับซี”
“เก่าย่ำแย่รึ ?” มู่เฉียนซีตะลึงงัน
ดูเหมือนว่าหอฉงโหลวบนเมฆาแห่งนี้จะสมบูรณ์แบบไม่มีสิ่งใดบกพร่อง อีกทั้งยังมีสภาพสะอาดใหม่ ไม่เห็นจะมีตรงไหนที่ย่ำแย่อย่างที่จิ่วเยี่ยว่า
“เจ้าโรคจิตนี่… เจ้าโรคจิตนี่บอกว่าข้าเก่าย่ำแย่ ฮือ ๆ ๆ! ข้าไม่อยากอยู่บนแผ่นดินนี้อีกต่อไปแล้ว” เครื่องกลไกลวิญญาณร้องไห้ออกมาเป็นการใหญ่ แน่นอนว่ามันนั้นไม่กล้าที่จะพุ่งออกไปร้องไห้ต่อหน้าจิ่วเยี่ย แต่มันกลับหลบอยู่ในซอกมุมเล็ก ๆ “หอฉงโหลวบนเมฆาเก่าแก่ย่ำแย่แล้ว มีแต่เพียงตอนที่มันยังอยู่บนโลกเท่านั้นที่ถือว่าสภาพดี แต่เมื่อมันเข้าสู่มิติแห่งความว่างเปล่า มันก็ไม่มีพลังอันใดที่จะสามารถช่วยเหลือคนท