้ฝึกยุทธ์ที่บ้าคลั่งเช่นมู่เฉียนซี วันสุดท้ายของสัตว์วิญญาณเหล่านี้ก็ได้มาถึงแล้วระดับที่หนึ่ง ระดับที่สอง ไล่ไปยังระดับที่สาม จนระดับที่สี่โผล่ออกมา!— บึ้ม! —มีบางอย่างระเบิดขึ้นในหัว ทันใดนั้นมู่เฉียนซีรู้สึกเพียงแต่ว่าในหัวของนางนั้นว่างเปล่าไปได้อย่างไรก็ไม่ทราบพลังความแข็งแกร่งของสัตว์วิญญาณระดับที่สี่นั้นเทียบได้กับระดับมหาจักรพรรดิแห่งภูต สถานะของวิญญาณของมันมิใช่สิ่งที่บุคคลระดับราชาเช่นนางจะสามารถต่อกรด้วยได้— ปัง! —ทันใดนั้นจิ่วเยี่ยรีบคว้าร่างมู่เฉียนซีที่สลบไป“บุ่มบ่ามเกินไป” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงต่ำ“อืม… ข้าง่วง ให้ข้าหลับสักครู่เถอะ” มู่เฉียนซีไม่รีรอ นางทิ้งตัวลงไปในอ้อมอกของจิ่วเยี่ย เรียกได้ว่านางหลับไปจนศีรษะปักอกจิ่วเยี่ยเลยก็ว่าได้.
“หอฉงโหลวบนเมฆามีความสามารถในการเดินทางผ่านรอยแยกมิติ เป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นส่วนประกอบของมิติ”
“อ๊า! ชายงามเอ๋ย เจ้ารู้จักข้าดีขนาดนี้เลยรึ ? หรือว่าเจ้าลักลอบชอบข้ามานานแล้ว” เสียงกรีดร้องที่คลั่งไคล้เสียงหนึ่งดังออกมา
ใบหน้าของมู่เฉียนซีหม่นลง เจดีย์เทพและเครื่องกลไกวิญญาณของหอฉงโหลวบนเมฆา ไม่มีสักเรื่องที่ปกติเลยจริง ๆ
“แต่วิญญาณสัตว์อยู่ที่ไหนล่ะ ? แล้วจะเอาชนะพวกมันได้อย่างไร ?”
จิ่วเยี่ยจับมือของมู่เฉียนซีไว้ กลิ่นอายที่เย็นยะเยือกพลันแผ่เข้ามาจากปลายนิ้วของนาง เขากระซิบข้างหูนางว่า “พลังจิตถูกปล่อยออกมา รับรู้ได้ถึ