ในที่สุดพวกเขาก็มองเห็นเงาร่างสีดำสูงยาวผู้ซึ่งยืนอยู่กลางวงล้อมของพวกเขาได้ชัดเจน เขาดูมีเสน่ห์แบบเยือกเย็น แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็เหมือนกับเทพมารลงมาเยือนโลกด้วยเช่นกัน สิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่งล้วนแต่เป็นเหมือนดั่งมดปลวกไปเลยเมื่อเขาผู้นี้ปรากฏกาย
“อ่า!” เมื่อเห็นบุรุษเช่นนี้อยู่ตรงหน้า พวกเขาต่างอ้าปากค้างอย่างพร้อมเพรียงกัน
คนผู้หนึ่งกระซิบกล่าวขึ้น “ชายชุดดำ เรื่องที่เจ้าสำนักไร้ความสามารถผู้นั้นกล่าวคือเรื่องจริง มีชายผู้น่ากลัวเช่นนี้อยู่จริง”
“ซี!” จิ่วเยี่ยก้มหน้าลงมา ดวงตาที่เย็นยะเยือกคู่นั้นจ้องมองนาง “เจ้าตกใจหรือ ?” มุมปากของมู่เฉียนซีค่อย ๆ เผยรอยยิ้มบาง ๆ “เจ้าดูถูกความกล้าของข้าเหลือเกิน ตอนนี้ข้าสู้กับพวกเขาด้วยตัวข้าเอง ไม่มีพันธะติดพันอะไร สำหรับข้า ที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัว”
ใช่แล้ว! ถ้าหากเป็นการต่อสู้ในสนามรบก่อนหน้านี้ นางคงจะกลัวว่าญาติและเพื่อนของตนเองนั้นจะได้รับบาดเจ็บ ทว่าในตอนที่เหลือเพียงตัวนางแค่ผู้เดียวนั้น กลับกลายเป็นว่านางไม่มีจุดอ่อนเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไม่ต้องหวั่นกลัวอะไร
“เจ้าไม่ได้ตัวคนเดียว” จิ่วเยี่ยจับเอวบางของมู่เฉียนซีเอาไว้แน่น เขานั้นไม่ชอบที่นางอยู่ตัวคนเดียว แล้วจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่สน
มู่เฉียนซีกล่าว “อื้ม! ตัวคนเดียวข้านั้นไม่กลัว มีเจ้าอยู่ข้าก็ยิ่งไม่กลัว ข้าคิดว่าเยี่ยอ๋อง… หึ ๆ เจ้าคงไม่ยอมให้หมอประจำตัวโดยเฉพาะของเจ้าถูกผู้อ