อวิ๋นเยียนร้องตะโกนขึ้น “ช่วยข้าด้วย ท่านช่วยข้าเถอะ!” มู่เฉียนซีคิดที่จะลงมือในตอนนี้ ก็สายไปเสียแล้ว
คนของหุบเขาหมอเทวดารีบเดินทางมาจนถึง และช่วยเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนเอาไว้
คนกลุ่มนี้มีจำนวนสิบกว่าคน มีทั้งยอดฝีมือระดับจักรพรรดิและมหาจักรพรรดิผสมมาด้วยกัน สามารถเห็นได้ว่าหุบเขาหมอเทวดาที่สูญเสียผู้อาวุโสอย่างไม่ขาดสาย ในครั้งนี้พวกเขาได้ลงทุนครั้งใหญ่เสียแล้ว
หากเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาอื่น พวกเขาอยู่ในที่สว่าง นางอยู่ในที่มืด นางนั้นไม่ได้หวั่นกลัวต่อพวกเขาเลย
แต่ตอนนี้กลับ… นางมีปัญหาใหญ่เข้าแล้ว!
“ที่แห่งนี้คือสำนักอวิ๋นเยียน ข้าคงไม่ได้มาผิดที่กระมัง” ชายชราเหลือบมองไปยังเหล่าบรรดาผู้คนแล้วกว่าขึ้น
พวกเขาก็มองดูคร่าว ๆ เห็นสำนักอวิ๋นเยียนที่อยู่ตรงหน้านั้นมีแต่ความวอดวาย ราวกับว่าได้ผ่านศึกสงครามครั้งใหญ่มากระนั้น เหมือนกับว่าสำนักนิกายระดับหนึ่งแห่งนี้กำลังอยู่ในจุดที่ล่อแหลมอันตราย
สำนักอวิ๋นเยียนจะเป็นอย่างไรนั้นเขาไม่สนใจ ที่เขามาในวันนี้ก็เพื่อที่จะมาหาข่าว
มู่เฉียนซีกระซิบเชียนอ้าวเซี่ยเบา ๆ “สวะเซี่ยจัดการเสีย! หากอีกสักครู่มีอะไรไม่ถูกต้องละก็ รีบพาท่านอาเล็กออกไปทันที” “ไม่ได้!” เชียนอ้าวเซี่ยคว้าข้อมือของมู่เฉียนซีเอาไว้แน่น
“เสี่ยวซีซี ถึงแม้ว่าข้าจะต้องตาย ข้าก็ไม่อาจทิ้งเจ้าเอาไว้ได้”
“ข้าตายได้ แต่ข้าไม่อาจที่จะยอมให้เกิดเรื่องกับท่านอาเล็กได้”
นางกำหมัดเอาไว้แน่น เห็น