ำนักอวิ๋นเยียน”
“ท่านเจ้าสำนัก!”
คนของหุบเขาหมอเทวดาเหลือบมองเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนที่มีสภาพน่าสมเพชอย่างที่สุด ช่างเป็นสำนักนิกายอันดับหนึ่งที่ดูไม่จืดเสียจริง กลับถูกผู้อื่นเข้ามารังแกได้ถึงในสำนัก และยังทำให้อนาถได้เช่นนั้นอีกด้วย
ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี สำนักนี้ที่เรียกว่าเป็นสำนักนิกายระดับหนึ่งเพียงแห่งเดียวของทวีปเซี่ยโจว ไร้ประโยชน์เช่นนี้ไม่รู้ว่าจะสามารถช่วยอะไรพวกเขาได้บ้าง
ผู้ที่เป็นผู้นำนั้นกล่าวขึ้น “พวกเรานั้นมาจากสำนักนิกายระดับสอง หุบเขาหมอเทวดา”
สำหรับพวกเขาแล้ว สำนักนิกายที่มีกองกำลังขนาดใหญ่นั้น ล้วนแต่เป็นเกียรติอย่างยิ่งของพวกเขา ยิ่งระดับของสำนักนิกายสูงเท่าใด ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงพลังกองกำลังที่ยิ่งใหญ่เพียงนั้น
เมื่อตอนที่สำนักอวิ๋นเยียนเป็นสำนักนิกายระดับหนึ่งเพียงแห่งเดียวของทวีปเซี่ยโจว พวกเขาก็ได้เชิดแหงนหน้ามองฟ้า และมองกลุ่มกำลังอื่นในทวีปเซี่ยโจวเป็นเหมือนดั่งมดปลวก
และวันนี้ สำนักนิกายระดับสอง หุบเขาหมอเทวดามองพวกสำนักนิกายระดับหนึ่ง ก็มองพวกนั้นประหนึ่งมดปลวกเช่นกัน
ถึงแม้ว่าจะเป็นความแตกต่างเพียงหนึ่งระดับขั้น กลับห่างกันราวฟ้ากับดิน!
หุบเขาหมอเทวดา! หัวใจของเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนเต้นแรงขึ้นทันใด เขามองไปที่คนชุดขาวกลุ่มนี้ด้วยดวงตาทอประกาย
ผู้มาโปรด ผู้มาโปรดมาแล้ว! เขาไม่ต้องตายแล้ว สำนักอวิ๋นเยียนเองก็ไม่ต้องถูกทำลาย และยังอาจจะไปร่วมอยู่ในหุบเขาหมอเ