! ไม่เชื่อว่าข้าจะจัดการกับพวกมันได้” ภายในวันเดียวเพิ่มพลังวิญญาณถึงสองครั้ง หากผลกระทบมันไปทำร้ายรากฐานพลังนางจะทำเช่นไร ?
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่าข้าเป็นนักปรุงยา! เพราะฉะนั้นข้ารู้ขีดจำกัดของตัวเองดี”
ไม่ส่งผลกระทบถึงรากฐานของพลัง เพียงแต่ทำให้พลังลดลงมาหนึ่งระดับก็เท่านั้น การต่อสู้ในวันนี้จะต้องได้รับชัยชนะมาได้อย่างสมบูรณ์ ไม่อาจปล่อยให้สำนักอวิ๋นเยียนมีชีวิตรอดไปได้
ตูม!
พลังของมู่เฉียนซีตอนนี้เป็นจักรพรรดิแห่งภูตระดับสูงสุด อีกทั้งยังมีอู๋ตี้กับเสี่ยวหงคอยคุ้มกันอยู่ การจัดการกับมหาจักรพรรดิแห่งภูตนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
ทางด้านเชียนอ้าวเซี่ยเองก็มีพลังวิญญาณถึงขั้นมหาจักรพรรดิแล้ว อีกทั้งยังมีกระบี่วิญญาณน้ำแข็งอยู่ในมือ การรับมือกับมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับสองนั้นไม่ใช่ปัญหา
ส่วนมู่อวู่ซวง ถึงแม้ว่าจะเคลื่อนไหวไม่สะดวก แต่เขามีพลังอันแข็งแกร่งและว่องไว อีกทั้งยังมีประสบการณ์มากกว่าผู้อาวุโสรองมากมายไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ชั่วครู่หนึ่งฝีมือทั้งของสองก็อยู่ในระดับเดียวกัน
เดิมทีทุกคนคิดว่าเมื่อผู้อาวุโสขั้นมหาจักรพรรดิทั้งสามของสำนักอวิ๋นเยียนปรากฏตัวขึ้น กองกำลังของตระกูลมู่ต้องวอดวายไปทั้งกองทัพแน่นอน ทว่าสถานการณ์ตอนนี้กลับพลิกผัน ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
กองกำลังของผู้มีอำนาจทั่วทั้งเซี่ยโจวถูกสำนักอวิ๋นเยียนกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามสำนักอวิ๋นเยีย