เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนมองเห็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยอันตรายเสมือนดั่งแม่มดของมู่เฉียนซี แขนเสื้อของเขาก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อในทันใด
หากเขารู้แต่แรกว่าพวกเขานั้นจะไปล่วงเกินเด็กสาวที่น่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจมาเองเช่นนี้ละก็ เขาจะต้องออกคำสั่งมิให้เหล่าบรรดาศิษย์ของสำนักอวิ๋นเยียนทุกคนไปเข้าใกล้ภาคตะวันตกของทวีปเซี่ยโจวแม้แต่ครึ่งก้าว
เรื่องราวเป็นพันหมื่นนั้นยากที่จะหาซื้อคำว่า ‘รู้’ ตั้งแต่แรกได้ ความแค้นฝังลึกของพวกเขานั้นถูกบ่มเพาะมาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนหน้านี้แล้ว มาวันนี้ สถานการณ์ถูกกำหนดออกมาในรูปแบบที่ว่า ‘เจ้าต้องตายข้าต้องรอด’ ซึ่งไม่มีที่เหลือให้หวนกลับไป
เมื่อเงาร่างสีม่วงเริ่มขยับ มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ท่านอา พวกเราร่วมมือกันจัดการกับผู้เฒ่าผู้นี้เถิด”
มู่อวู่ซวงที่เดิมทีทั้งร่างของเขานั้นแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน แต่เมื่อมองกลับมายังมู่เฉียนซี กลิ่นอายพลันเปลี่ยนกลายเป็นความอ่อนโยน เขาพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “ได้” มู่อวู่ซวงนั้นออกไปนอกจวนตระกูลมู่น้อยมาก และก็ได้ออกฝีไม้ลายมือน้อยเช่นกัน มู่เฉียนซีกับเขานั้นไม่เคยมีโอกาสได้ร่วมมือกันมาก่อนเลย
แม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาทั้งสองก็ร่วมมือกันได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีสิ่งบกพร่องแต่อย่างใด
การโจมตีอย่างซึ่งหน้า มอบหน้าที่ให้มู่อวู่ซวง ส่วนมู่เฉียนซีนั้นนางลอบวางยาพิษ มาตอนนี้พลังความสามารถฟื้นฟูกลับมาแล้ว แน่นอนว่านางจะไม่เข้าป