“มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าคิดว่าที่ข้ามาสำนักอวิ๋นเยียนของเจ้า ข้าไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลยรึ ?”
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
องครักษ์เงาตระกูลมู่เก้าสิบเก้าร่างโผล่ออกมา
นอกจากองครักษ์เงาของตระกูลมู่แล้ว ยังมีเหล่ายอดฝีมือที่หลายปีมานี้ตระกูลมู่ใช้กำลังทรัพย์หามา ใช้การดึงดูดชักจูงมาของหอหมอปีศาจ อีกทั้งยังมีกลุ่มกองกำลังที่ต้องการจะถล่มสำนักอวิ๋นเยียนที่ขยายตัวอยู่ในทะเลมาเข้าร่วมด้วย
ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสิ่งที่พวกของมู่เฉียนซีได้เตรียมพร้อมมาจำพวกอาวุธลับ อาวุธวิญญาณ ชุดเกราะ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นชนิดที่ดีที่สุด และยังมีพิษร้ายที่ใช้อย่างไรก็ใช้ไม่หมดอีก
หากเมื่อเปิดศึกขึ้น สำนักอวิ๋นเยียนจะยังสามารมีโอกาสชนะอยู่เพียงกี่ส่วน! สีหน้าของเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนในเวลานี้นั้นสลดเสียยิ่งกว่าสัตว์หงอย ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้านั้นจะเล่นเป็นเพื่อนกับคุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้งต่อ ส่วนพวกเจ้านั้นให้ไปเล่นเป็นเพื่อนกับผู้อื่นที่เหลือให้สนุก”
“ขอรับ!”
แน่นอนว่าในเวลาเช่นนี้ก็มีคนที่คิดจะฉวยโอกาสอันวุ่นวายลอบโจมตีมู่เฉียนซี เพราะพวกเขานั้นพบว่าพลังความสามารถขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าของมู่เฉียนซีนั้นได้หายไปแล้ว
มีช่วงเวลาที่มีฤทธิ์ ก็ย่อมมีช่วงเวลาที่หมดฤทธิ์ เหล่าผู้ที่มู่เฉียนซีพามาด้วย อย่างน้อย ๆ ก็ขั้นจักรพรรดิ มาตอนนี้พลังของนางนั้นได้ถอยกลับไปเป็นพลังของราชาแห่งภูตระดับเก้า เช่นนั้นนางจึ