ั้นของมู่อวู่ซวงเย็นชาดุจดั่งน้ำแข็ง ไร้ซึ่งร่องรอยความอ่อนโยน จ้องมองเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนราวกับเทพมรณะในแดนปรโลกก็มิปาน
เมื่อโดนคนหนุ่มกว่าจ้องเขม็งเช่นนี้ เจ้าสำนักอวิ๋นเยียนก็รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นสะท้านไปทั้งตัว!
อ๊าย!
เสียงกรีดร้องเสียดแทงหัวใจดังขึ้น ดึงคนของสำนักอวิ๋นเยียนทั้งสำนักออกมาจากความหวาดกลัวนั้น
“อย่า! หยุดเดี๋ยวนี้นะ อย่า!” อวิ๋นเฟิ้งตะโกนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
“อย่าเพิ่งรีบร้อนใจไป! นี่แค่เข็มเดียวเท่านั้น ยังมีอีกตั้งหลายเข็ม!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
โดยปกติแล้ว นางจะใช้เข็มยาอย่างรวดเร็วที่สุด ทว่า ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูคู่แค้นหมายเลขหนึ่ง แน่นอนว่านางต้องลงมืออย่างเชื่องช้า!
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้ฉีดเข็มยาเข้าไปเข็มหนึ่ง ถึงแม้ว่าตอนนี้อวิ๋นเฟิ้งยังคงมองเห็น ทว่า นางกลับรู้สึกว่าดวงตาทั้งคู่ของนางเหมือนจะระเบิดก็มิปาน!
สองมือของอวิ๋นเฟิ้งยกขึ้นมาปิดดวงตาทั้งสองข้าง พร้อมทั้งตะโกนขึ้นด้วยความเจ็บปวด “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
ความรู้สึกนี้ได้ทำลายอวิ๋นเฟิ้งอย่างสมบูรณ์แล้ว นางรู้สึกหวาดกลัวอย่างเป็นอย่างมาก ในหัวนึกถึงภาพความโหดร้ายป่าเถื่อนนับไม่ถ้วน นางไม่อยากเป็นเช่นนั้น! ไม่อยาก!
“ผู้นำตระกูลมู่ ช่วยข้าด้วย! ช่วยข้าด้วย! ขอเพียงเจ้าไม่ทำลายดวงตาของข้า ข้าจะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่าง ข้าจะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่าง”
อะไรคือคุณหนูใหญ่ผู้ที่เป็นความภาคภูมิใจของสำนักอวิ๋น