ิ๋นเยียนจับตัวหลินเอ๋อร์มาทำไม?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“หลินเอ๋อร์เขา……”
ชิวหลิงเชื่อใจมู่เฉียนซี ในขณะที่นางกำลังบอกความลับนั้นกับมู่เฉียนซี จู่ ๆ ก็มีเสียงดังก้องขึ้น
“คุณหนูใหญ่แห่งเจ้าสำนักอวิ๋นเยียนมาแล้ว!”
ในที่สุดอวิ๋นเฟิ้งก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว ความสนใจของมู่เฉียนซีถูกเบี่ยงเบนไป ในไม่ช้าร่างในชุดสีแดงก็ลอยลงมาจากฟากฟ้า!
ในขณะที่ร่างของนางจรดลงมา นกกระจอกแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำสำนักที่ปักด้วยด้ายสีทองบนชุดของนางนั้น ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมากางปีกโบยบินก็มิปาน
กลีบบุปผากำลังโรยร่วงลงมาจากท้องฟ้าปกคลุมไปทั่วพื้นพสุธา ต้องบอกเลยว่าการปรากฏตัวของคุณหนูใหญ่อวิ๋นเฟิ้งนั้นงดงามมาก!
รูปร่างโค้งเว้าเป็นสัดส่วนสวยงาม ใบหน้าที่ละเอียดอ่อนและงดงามนั้นทำให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มหลงใหลเป็นอย่างมาก!
“ยังยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะ ? คุณหนูใหญ่มาแล้ว รีบไปทำงานสิ!” หญิงสาวผู้หนึ่งท่าทางเหมือนสาวใช้ได้ดึงตัวชิวหลิงไป
ในเมื่อหลินเอ๋อร์ถูกขังไว้ที่สำนักอวิ๋นเยียน เช่นนั้นก็รอให้สำนักอวิ๋นเยียนพังทลายสิ้นไปก่อน ก็น่าจะหาตัวเขาเจอ มู่เฉียนซีส่งสายตาให้ชิวหลิงเพื่อบอกเป็นนัยให้เขาวางใจ
อวิ๋นเฟิ้งเหลือบมองทุกคนอย่างเย่อหยิ่ง และในขณะที่นางเห็นกับใบหน้าที่อ่อนโยนราวหยกอย่างที่ไม่มีใครใต้หล้านี้เทียบได้ นางก็ผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็ก้าวเท้าเดินไปอย่างเชื่องช้าและกล่าวว่า “อวู่ซวง ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องมา!”
.